จากกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีมติออกหมายเรียกดำเนินคดีแก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่นของประเทศไทย ให้ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในสิ้นเดือน มิ.ย. 69 ต่อเนื่องต้นเดือน ก.ค. 69 ความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 166 ฉบับ ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการทยอยเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือทั้ง 6 โรงกลั่นในความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีไม่กรอกข้อมูลในเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 166 ฉบับให้ครบถ้วนตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีความผิดฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา สรุปผลล่าสุด ปรากฏมี 2 บริษัทโรงกลั่นเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
1.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน): GC (PTTGC) ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 เวลา 16.00 น. โดยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
2.บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 69 เวลา 08.30 น. โดยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทนายความของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าส่งเอกสารขอรับทราบข้อกล่าวหาแทน แต่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทฯ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองภายในสิ้นเดือน มิ.ย. 69 ก่อนที่วันที่ 29 มิ.ย. 69 กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทฯ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัทโรงกลั่นจะได้มีการส่งเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามขั้นตอนต่อไปหลังจากยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เผยอีกว่า ส่วนอีก 4 โรงกลั่นที่เหลือ ได้แก่ 1.บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน): Bangchak Sriracha (BSRC) 2.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): Bangchak (BCP) 3.บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน): IRPC และ 4.บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน): Star Petroleum (SPRC) นั้น ยังอยู่ระหว่างการนัดหมายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในกรอบระยะเวลาเดือน ก.ค. 69 ทั้งนี้ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน): Star Petroleum (SPRC) ก่อนหน้านี้ได้แจ้งขอเลื่อนหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาออกไปก่อน เนื่องจากผู้บริหารของบริษัทยังคงติดภารกิจงานที่ต่างประเทศ
ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ รายงานด้วยว่า ตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 กรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 69 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ เป็นคดีพิเศษที่จะต้องสืบสวนและสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นั้น
จากมติกรรมการคดีพิเศษดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับโอนคดีอาญาจากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวหา บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เนื่องจากกรมธุรกิจพลังงานมีการตรวจพบว่าบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 คงคลังในเดือน มี.ค. 69 ถึงประมาณ 2.1 ล้านลิตร และมีการนำออกจำหน่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันคงคลัง ในขณะที่เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและทั่วประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภคได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 59/2569
จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน คณะพนักงานสอบสวนได้ประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้แจ้งข้อกล่าวหาต่อบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด และกรรมการผู้จัดการ ในความผิดฐานร่วมกันไม่นำสินค้าควบคุม (น้ำมันเชื้อเพลิง) ที่มีไว้เพื่อจำหน่าย ออกจำหน่ายหรือเสนอขายตามปกติโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง มาตรา 30 และมาตรา 41 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดย กองคดีคุ้มครองผู้บริโภคได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. 69 เวลา 10.00 น. ณ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหานำพยานหลักฐานมาชี้แจงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ คดีความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทำโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นคดีสำคัญที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงทางพลังงานประเทศ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ และกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนด้วยความรวดเร็วและรอบคอบตามพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคดีนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ ทั้งยังเป็น 1 ใน 8 คดี ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบ ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา.



