นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงปลูกมันหวานนาเมะกาตะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การควบคุมคุณภาพสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ของญี่ปุ่น โดยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิถีการเกษตร ระหว่างไทยและญี่ปุ่น และการทำตลาด รวมถึงการถอดบทเรียนจากโมเดลเกษตรมูลค่าสูงของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรไทย ตามแนวความสำเร็จของมันหวานญี่ปุ่น
“กรมฯ ได้เตรียมนำโมเดลการบริหารจัดการ จีไอแบบครบวงจรของญี่ปุ่น ทั้งด้านการควบคุมคุณภาพสินค้า การบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการวาง กลยุทธ์การตลาดระดับพรีเมียม มาประยุกต์ใช้กับสินค้าจีไอไทยที่มีศักยภาพ อาทิสินค้าในกลุ่มกาแฟ มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ สับปะรด เป็นต้น เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรทั่วไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินค้า จีไอไทยในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก”
นางอรมนกล่าวว่า กรมมีแผนที่จะผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอไทย ขอรับความคุ้มครองในญี่ปุ่นให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสินค้าจีไอไทยที่ได้รับการขึ้นแล้ว 3 รายการ คือ กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง และสับปะรดห้วยมุ่น เพื่อช่วยช่วยสร้างแต้มต่อในการสื่อสารคุณภาพของสินค้าของไทย ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าไทยสามารถเติบโตในตลาดญี่ปุ่นที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างแข็งแรงต่อไป
สำหรับมันหวานนาเมะกาตะ เป็นมันหวานที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นมันหวานญี่ปุ่นที่มีรสชาติดีที่สุด สามารถนำไปทำเป็นขนมได้หลากหลายชนิด และสามารถขายได้ราคามากกว่ามันทั่วไปถึง 2 เท่าสำหรับผลผลิตมันหวานนาเมะกาตะได้ปริมาณสูงถึง 20,728 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4,718 ล้านเยน หรือ 940 ล้านบาทไทย และมีปริมาณผลผลิตส่งออกถึง 994.3 ตัน โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์แคนาดา ฝรั่งเศสและเยอรมนี แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันและการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง



