สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงเหตุการณ์โจมตีโรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วน ที่เมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ว่า “เรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด” และ “ไม่ว่ารายงานจะออกมาอย่างไร สหรัฐพร้อมที่จะยอมรับผลจากรายงานฉบับนั้น” แต่เสริมว่า โดยส่วนตัว “ยังไม่ได้รับข้อมูลเพียงพอ”
RAJU: Footage shows an American missile likely destroyed the Iranian girls' school. Will the US accept any respons–
— Aaron Rupar (@atrupar) March 9, 2026
TRUMP: Well, I haven't seen it. I will say that the Tomahawk, which is one of the most powerful weapons around, is sold and used by other countries. Iran has some… pic.twitter.com/03NLQ8flhO
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงอ้างว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงขีปนาวุธโจมตีโรงเรียนแห่งนั้นเอง โดยใช้ “ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก” แต่อิหร่านไม่มีอาวุธชนิดนี้ในครอบครอง
A newly released video suggests a US Tomahawk missile likely struck an Iranian elementary girls’ school in Minab, killing 175 people, most of them children. The US had previously accused Iran of the attack. pic.twitter.com/9e7A72f79c
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 9, 2026
ขณะที่ซีเอ็นเอ็นและเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เผยแพร่คลิปใหม่ ที่บันทึกเหตุการณ์หลังการโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนในเมืองมินาบ ซึ่งอาคารเรียนพังถล่มลงมา หน่วยกู้ภัยและชาวบ้านพยายามช่วยกันขุดค้นซากปรักหักพัง เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและครูที่ติดอยู่ภายใน
ส่วนอาวุธที่พุ่งเข้ามาโจมตีนั้น คือขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ซึ่งสหรัฐเป็นประเทศที่ร่วมวงสงครามครั้งนี้เพียงแห่งเดียว ที่มีขีปนาวุธโทมาฮอว์กอยู่ในครอบครอง
อย่างไรก็ตาม การที่มีพิกัดชัดเจนว่า ฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนแห่งนี้ จึงยังคงเป็นคำถามว่า การทิ้งระเบิดนั้นเกิดขึ้นโดยเจตนา หรือเป็นความผิดพลาด.
เครดิตภาพ : REUTERS



