สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า กองทัพสหรัฐและอิสราเอลปฏิบัติการปูพรมโจมตีทั่วอิหร่าน ตลอดวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการโจมตีอย่างหนักหน่วงที่สุด นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา

ประชาชนยืนมุงบริเวณถนนซึ่งได้รับความเสียหาย จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน


ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่งกล่าวว่า สงครามในอิหร่าน “จะยุติในอีกไม่นานนี้” ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงเล็กน้อย จากที่พุ่งทะยานไปสูงกว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,784.80 บาท) เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้

ลำแสงสว่างจ้าพาดผ่านท้องฟ้า เหนือกรุงเทลอาวีฟ ระหว่างความพยายามสกัดกั้นขีปนาวุธโดยอิสราเอล หลังมีการระดมยิงขีปนาวุธมาจากอิหร่าน


ขณะที่กองทัพอิสราเอลรายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้มากกว่า 300 ลูก โดยราวครึ่งหนึ่งติดตั้งหัวรบแบบระเบิดลูกปราย หรือคลัสเตอร์บอมบ์ ที่มีรัศมีทำการราว 6-10 กิโลเมตร.

เครดิตภาพ : AFP, REUTERS