สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า กองทัพสหรัฐและอิสราเอลปฏิบัติการปูพรมโจมตีทั่วอิหร่าน ตลอดวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการโจมตีอย่างหนักหน่วงที่สุด นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา

"Almost every several hours there are news of civilians dying or facilities related to civilian life being hit…"
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 10, 2026
Al Jazeera’s Mohamed Vall reports US-Israeli attacks in Iran have damaged infrastructure, including hospitals and a desalination plant, as the death toll rises. pic.twitter.com/eQrzbmKXz7
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่งกล่าวว่า สงครามในอิหร่าน “จะยุติในอีกไม่นานนี้” ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงเล็กน้อย จากที่พุ่งทะยานไปสูงกว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,784.80 บาท) เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้
BREAKING: The Israeli military says missiles were launched from Iran toward Israeli territory “a short while ago” and that its air defence systems are working to intercept them.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 10, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/SibWJDd9DM pic.twitter.com/yO1K3e17gL

ขณะที่กองทัพอิสราเอลรายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้มากกว่า 300 ลูก โดยราวครึ่งหนึ่งติดตั้งหัวรบแบบระเบิดลูกปราย หรือคลัสเตอร์บอมบ์ ที่มีรัศมีทำการราว 6-10 กิโลเมตร.
เครดิตภาพ : AFP, REUTERS



