ในยุคที่สภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน พฤติกรรมของผู้บริโภคกลับแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่มีต่อสัตว์เลี้ยงอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของรุ่นใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือ “Pet Humanization” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์ในระดับพรีเมียม
น.สพ. จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากข้อมูลอินไซต์พบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งมีสัดส่วนเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงรายใหม่ถึง 70% ให้ความสำคัญกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเป็นอันดับหนึ่ง แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีหรือรายได้ลดลง แต่เจ้าของกลับเลือกที่จะไม่ลดคุณภาพอาหารของสัตว์เลี้ยงมีกระแสในโซเชียลมีเดียที่ยืนยันพฤติกรรมนี้อย่างชัดเจน โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายร้อยรายให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ยอมอดได้ ยอมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ แต่สัตว์เลี้ยงต้องได้กินอาหารที่ดีที่สุด เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาว และมีสุขภาพดีอยู่ด้วยกันไปนานที่สุด ส่งผลให้อาหารกลุ่ม Super Premium เติบโตสูงถึง 8-10% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

ภาพรวมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในปี 2568 มีมูลค่าอยู่ที่ 32,500 ล้านบาท เติบโต 8.5% สำหรับปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับ 5-6% หรือมีมูลค่าขยับขึ้นไปที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท โดยที่ตลาดอาหารแมวเติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 11.4% เนื่องจากจำนวนประชากรแมวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแมวในระบบประมาณ 8 ล้านตัว ขณะที่ตลาดอาหารสุนัข เติบโตชะลอตัวอยู่ที่ 2.6% สาเหตุมาจากอัตราการเกิดใหม่ของสุนัขที่ลดลง และเทรนด์การเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กที่กินปริมาณน้อยกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำให้ปริมาณการใช้อาหารในเชิงปริมาณลดลง
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนสุนัขเกิดใหม่จะลดลงแต่ยังมีโอกาสในกลุ่มเจ้าของที่ยังใช้อาหารปรุงเอง ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการให้ความรู้เพื่อเปลี่ยนมาใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีโภชนาการครบถ้วนอย่าง รอยัล คานิน ที่ทำรายได้ในปีที่ผ่านมาประมาณ 5,300 ล้านบาท เติบโต 12% และตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 12% โดยจะเน้นไปที่กลุ่มอาหารแมวและอาหารสำหรับสัตว์สูงวัย

กลยุทธ์ปีนี้ใช้นวัตกรรม ชื่อว่า “Fit for Select” ซึ่งเป็นอาหารกลุ่มประกอบการรักษาโรคโดยเฉพาะที่ถูกออกแบบขึ้นจากความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในคลินิก ภายใต้ Clinical Alliance ที่ Royal Canin มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการแนะนำอาหารประกอบการรักษาโรค โดยเตรียมเปิดตัวอาหารประกอบการรักษาโรคสูตรใหม่ในครึ่งปีหลัง ที่สามารถดูแลได้ 2 อาการในสูตรเดียว เช่น ดูแลทั้งระบบทางเดินอาหารและผิวหนังพร้อมกัน รวมถึงสูตรเฉพาะโรคใหม่ๆ เช่น โรคหัวใจในแมว
นอกจากนี้จะรุกตลาด Gen Z ด้วย TikTok และ AI เน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะ TikTok และเตรียมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการไลฟ์สดเพื่อให้ความรู้และขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง AI นี้ถูกเทรนด้วยฐานข้อมูลวิชาการของแบรนด์เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำ



