ภาวะความจำเป็นระดับโลกตอนนี้ทำให้ต้องมีรัฐบาลตัวจริงมาเพื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว อย่างเรื่องน้ำมันขาดแคลนจากภาวะสงคราม ถ้าจะกู้เงินช่วยสถานการณ์ มันเป็นภาวะผูกพันที่ต้องใช้ตัวจริงดำเนินการเท่านั้น
ด้านสถานการณ์ไทย-เขมร ก็ต้องใช้รัฐบาลตัวจริง เมื่อมีข่าวว่า “ฮุน มาเนต”นายกฯ กัมพูชา ต้องการเจรจาเรื่องพื้นที่ที่ไทยยึดคืนในช่วงหลังสงกรานต์ กลไกนี้ต้องใช้คณะกรรมาธิการร่วมไทยกัมพูชาชุดเจบีซี แต่“รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ยืนยันหนักแน่นว่าต้องเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่เท่านั้น พร้อมกรีดลึกให้เขมรแสบ ว่า “จะเจรจา เขมรต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้หมดก่อน”และ“ไม่คุยเฉพาะเรื่องที่กัมพูชาอยากจะคุย” มันต้องอย่างนี้
เมื่องานบริหารต้องขับเคลื่อนไปเร็ว งานสภาก็ต้องเดินหน้าไปเร็วด้วย ภูมิใจไทยมีวาระที่ตัวเองต้องการขับเคลื่อนคือ การปรับเปลี่ยนงานด้านท่องเที่ยวให้มาอยู่ในกระทรวงวัฒนธรรม และปรับงานกีฬาเป็นกระทรวงกีฬาไปเลย เพื่อพัฒนางานแต่ละด้านไปสุดทางได้ง่ายกว่า และยังจะผ่านกฎหมายวันสตอปเซอร์วิส ที่การขออนุญาตอะไรต่างๆ ต่อไปไม่ต้องไปหลายจุด จุดเดียวจบ ป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ในการเร่งรัดวิ่งเต้นของเจ้าหน้าที่ และอำนวยความสะดวก
แต่วาระสำคัญ ที่ผ่านการรับรองโดยประชามติ คือการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รายงานข่าวจากภูมิใจไทยเปิดเผยว่า “ยังไม่รีบ” ซึ่งเรื่องนี้คนพรรคส้มรีบทวง นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อดีตประธาน กมธ. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ กล่าวว่า รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เรื่องรูปแบบจะเอาอย่างไรระหว่างทำต่อหรือร่างใหม่
“ครม. ชุดใหม่ ต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ( แก้ ม. 256 ) เรื่องกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตาม รธน.มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรค ปชน. และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้ง กมธ.ดำเนินการต่อ ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง
หากละเลยต่อการเคารพฉันทามติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของ ปชน.ที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรค ปชน.ก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาด และประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที” อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ภูมิใจไทยยังไม่บอกว่า จะยืนยันร่างเดิมที่อยู่ในวาระสองก่อนยุบสภาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความได้เปรียบทางการเมืองด้วย
ถ้ายึดตามร่างเดิม ที่มาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คือใช้สูตรสมาชิกสองสภา 20 คน เลือก กมธ.ได้ 1 คน เช่นนี้แล้ว พรรคเสียงข้างมากจะได้เปรียบ ตีว่า ภูมิใจไทยอาจได้ กมธ.10 คน แล้วไปรวมกับ กมธ.ในสัดส่วน “พรรค สว.” น่าจะได้อีกราวเกือบสิบคน กำหนดทิศทางรัฐธรรมนูญได้ แต่ถ้าภูมิใจไทยมองว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่มีวาระที่จะผลักดันในรัฐธรรมนูญ เห็นว่า ไม่ได้มีปัญหากับกฎระเบียบนี้ก็ชิลๆ ไป ให้พรรคส้มเสนอใหม่ก็ไม่ติดขัด
แต่จะไม่ชิล ถ้าสัญญาณคดีฮั้ว สว.ไม่ค่อยเป็นคุณกับคนในองคาพยพรัฐบาลบางคน อาจมีส่งสัญญาณเร่งร่างใหม่ หากยกร่างใหม่ เชื่อได้ว่า สิ่งที่สังคมจับตาว่าต้องมี คือ การถอดถอนองค์กรอิสระได้ ( และอาจถูกนำไปเสนอแก้รายมาตราก่อนยกร่างใหม่ด้วย การที่ สว.มีที่มายึดโยงกับประชาชน การที่โทษยุบพรรคไม่เกิดขึ้นง่ายนัก และเรื่องประมวลจริยธรรม ที่อาจให้ สส., สว. มีประมวลฯ ของตัวเอง ไม่ต้องใช้ขององค์กรอิสระอย่างที่เป็นอยู่วันนี้
อย่างไรก็มีคนรอกติกาใหม่อยู่ ตามที่ผลประชามติออกมา ถ้าจะยืดเรื่องออกไปภูมิใจไทยคงต้องมีเหตุผลมารองรับ.



