วันนี้ “เดลินิวส์” บทความจากเพจศูนย์อนามัยที่ 5 เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับสุขภาพ ที่มาโดย Self – Monitoring Diet & Exercise เขียนเกี่ยวกับไขมันที่อันตรายที่สุดในร่างกายคือบริเวณใด

ไขมันในร่างกายของเรามีหลายชนิดด้วยกัน แต่ไขมันที่อันตรายที่สุด คือ ไขมันบริเวณช่องงท้อง(Visceral Fat) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคความดันสูง และโรคอื่นๆอีกมากมาย

ไขมันในร่างกายของเรามีหลายชนิดด้วยกัน บางชนิดมีประโยชน์มาก ช่วยห่อหุ้มอวัยวะภายใน บางชนิดมีไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย แต่มีไขมันชนิดหนึ่งในร่างกายที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลา ยิ่งมีไขมันชนิดนี้มากอาจทำให้เกิดโรคที่ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว เจ้าไขมันชนิดนี้เรียกว่า Visceral Fat

Visceral Fat คืออะไร

โดย ปกติถ้าเราพูดถึงไขมัน เราก็จะนึกถึงสิ่งที่นุ่มๆอยู่ใต้ผิวหนังของเรา ยิ่งเราอ้วนขึ้นมากเท่าไร ไขมันใต้ผิวหนังก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าไขมันพวกนี้หลายคนไม่ชอบเลยเพราะทำให้ดูอ้วน แต่จริงๆแล้วไขมันพวกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเท่าไร มันเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกายที่ขนมาเก็บไว้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ (แค่มันทำให้เราดูอ้วนซึ่งจริงๆก็ไม่มีใครชอบเท่าไรนัก )

ไม่เกี่ยวกับความอ้วน.. คนผอมก็มี Visceral Fat เยอะได้!”

Visceral Fat   มันไม่เหมือนกับไขมันใต้ผิวหนังครับ ไขมันใต้ผิวหนังเกิดจากการที่เรารับแคลลอรี่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด ร่างกายจึงนำไปเก็บสะสมไว้ แต่ Visceral Fat เกิดจากการที่เรามีไลฟ์สไตล์ที่มีการเคลื่อนไหวน้อยในแต่ละวัน

Visceral Fat เกิดจากการที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย และทำให้หายไปด้วยการออกกำลังกาย! ซึ่งมีงานวิจัยกับผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวาน โดยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้ควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มที่สองให้ควบคุมอาหารพร้อมๆกับการออกกำลังกาย

  • ผลค้นพบ ว่ากลุ่มแรกมีไขมันใต้ชั้นผิวหนังลดลงแต่ visceral fat ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
  • ส่วนกลุ่มที่สองที่มีการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย พบว่าทำให้ ทั้งไขมันใต้ผิวหนังและ visceral fat ลดลงอย่างชัดเจน

อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นเวลา 45 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลด Visceral Fat ในผู้ที่เป็นโรคอ้วนที่มีอายุระหว่าง 50-75 ปี ได้ 3.4-6.9% ด้วยกัน

รูปข้างล่างเป็นภาคตัวขวางลำตัวมนุษย์ สีขาวข้างนอกคือไขมันใต้ผิวหนัง ส่วนสีขาวข้างในคือ Visceral Fat ซึ่งจะเห็นว่าแม้ในคนที่มีรอบเอวเท่ากัน แต่ Visceral Fat จะมากน้อยต่างกันก็เป็นได้

ไขมันชนิดแรกที่จะหายไปเมื่อออกกำลังกาย

หลายๆ คนเมื่อเริ่มออกกำลังกายไปสักพักจะพบว่ากางเกงหลวมขึ้นทั้งๆที่น้ำหนักยังคง ที่เท่าเดิม คำอธิบายโดยทั่วไปก็จะบอกว่าเพราะกล้ามเนื้อมีมากขึ้นและไขมันมีน้อยลงจึงทำ ให้น้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลง(ประมาณว่าน้ำหนักไขมันลดลงแต่มีน้ำหนักกล้ามเนื้อ มาแทน) แต่อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ก็ คือ Visceral Fat เป็นไขมันชนิดแรกที่ถูกเบิร์นจากการออกกำลังกาย ดังนั้นเมื่อ Visceral Fat ซึ่งแข็งและอยู่บริเวณช่องท้องหายไป เราจึงรู้สึกว่าพุงเรายุบลง