สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ประกาศการเริ่มการสอบสวนประเทศเศรษฐกิจหลักกว่าสิบประเทศ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน

การสอบสวนเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประธานาธิบดี ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศที่ถูกมองว่า ทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเขตเศรษฐกิจที่จะถูกสอบสวน ได้แก่ ประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐบางประเทศ ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป (อียู) เม็กซิโก อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ตลอดจนไต้หวัน

ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และบังกลาเทศ อยู่ในกลุ่มถูกสอบสวนเช่นกัน

เกรียร์กล่าวว่า คู่ค้าสำคัญได้พัฒนาศักยภาพการผลิต ที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับแรงจูงใจทางการตลาดของอุปสงค์ภายในประเทศและทั่วโลก

อนึ่ง การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลวอชิงตัน ในการรื้อนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ขึ้นใหม่ หลังคำตัดสินครั้งสำคัญของศาลฎีกา เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งประกาศให้มาตรการภาษีฉุกเฉินเป็นโมฆะ

เกรียร์ส่งสัญญาณว่า ฝ่ายบริหารไม่มีเจตนาที่จะชะลอการดำเนินการ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เตรียมจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ในวันที่ 5 พ.ค. นี้ หลังการเปิดรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบสวน หลังจากนั้น ยูเอสทีอาร์จะสามารถเสนอมาตรการแก้ไข รวมถึงการเก็บภาษีศุลกากรได้.

เครดิตภาพ : AFP