เมื่อวันที่ 12 มี.ค. พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม น.ส.อรรฉราพรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และนายอนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อต่างๆใช้ป้ายภาษีและทะเบียนปลอมจำนวน 10 คัน ตราปั้มทองเหลืองหน่วยราชการหลายหน่วยงาน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์และเครื่องพรินต์ 1 ชุด อุปกรณ์และเครื่องที่ใช้ในการผลิตเอกสารปลอมจำนวน 1 ชุด ป้ายภาษี บัตรประชาชน และใบขับขี่ จำนวน 6 ใบ จับกุมตัวได้ที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง

พล.ต.ท.สันติ กล่าวว่า โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้ป้ายภาษีปลอมและทะเบียนปลอมมาตรวจสอบ และสอบสวน จนทราบว่า มีบุคคลเปิดเพจ ชื่อ “รับทำเอกสารทุกชนิด” โดยผู้ทำคิดค่าบริการทำบัตรประชาชน 5,000 บาท ใบขับขี่ 1,500 บาท ป้ายภาษี 1,500 บาท โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นลูกค้า สมัครเข้าไปขอใช้บริการ ทำบัตรประชาชน และใบทะเบียนภาษี รวมค่าบริการ 6,500 บาท ซึ่งฝ่ายคนทำ แจ้งว่าการดำเนินการจะเสร็จภายใน 24 ชม. จากจึงขอหมายจับจากศาลจังหวัดขอนแก่น เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

พล.ต.ท.สันติ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน น.ส.อรรฉราพรรณ ทราบว่า เคยทำงานเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์ พบรถยนต์ที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง และพบว่ารถยนต์ที่ไม่ถูกต้อง จะมีการทำเอกสารเกี่ยวกับใบทะเบียนภาษี ใบขับขี่และทะเบียนรถปลอมขึ้นมา ซึ่งเป็นการปลอมเอกสารราชการที่เกี่ยวกับการใช้รถยนต์ จึงได้พูดคุย นายอนันต์ ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ร่วมกันทำเอกสารราชการที่เกี่ยวกับการใช้รถยนต์ โดยหาลูกค้าด้วยการเปิดเฟซบุ๊ก รับทำเอกสารขึ้นมา

พล.ต.ท.สันติ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนนายอนันต์ ทราบว่า จบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ร่วมกับเพื่อนสาวคนสนิทปลอมแปลงเอกสารราชการขึ้นมา เพื่อเป็นรายได้เสริม และร่วมกันทำมาประมาณ 1 ปีแล้ว ให้บริการลูกค้าไปแล้ว กว่า 300 ราย

”รถยนต์ที่ตำรวจชุดจับกุม ยึดมาได้ทั้ง 10 คันนั้น ในเบื้องต้นพบว่า ติดทะเบียนปลอม ใบทะเบียนภาษีปลอม จึงต้องทำการตรวจสอบให้ละเอียด แม้จะเต็มใจทำ แต่ใช้เอกสาราชการปลอมก็เป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนขยายผลจับกุมบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการปลอมเอกสารราชการ อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันปลอมเอกสาราชการ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ผบช.ภ.4