เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) ศาลายา จ.นครปฐม มีพิธีมอบรางวัล พัดรองเกียรติคุณ และเกียรติบัตร วัดต้นแบบ ระดับหน พ.ศ. 2568 และประชุมคณะกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ประจำปี 2569 โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมส. เป็นประธาน พร้อมทั้งเชิญพระโอวาท สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เปิดการประชุม และมอบรางวัล พัดรองเกียรติคุณ และเกียรติบัตร วัดต้นแบบ ระดับหน ดังนี้

หนกลาง วัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี วัดปากน้ำ จ.สมุทรสงคราม วัดวังกะชาย จ.ชัยนาท วัดตะปอนใหญ่ จ.จันทบุรี วัดป่าสว่างบุญ (ธ) จ.สระบุรี วัดลาดหวาย จ.สมุทรปราการ หนเหนือ วัดวังหิน จ.พิษณุโลก วัดช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่ วัดป่าสันติธรรม จ.นครสวรรค์ วัดเชียงยืน จ.เชียงราย หนตะวันออก วัดนาใหญ่ จ.นครราชสีมา วัดป่าธัมมปาลวนาราม (ธ) จ.สกลนคร วัดโนนสำราญสถิต จ.มหาสารคาม วัดป่าห้วยทราย (ธ) จ.มุกดาหาร วัดเนินผาสุก จ.ปราจีนบุรี หนใต้ วัดสุวรรณคูหา จ.พังงา วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว จ.พัทลุง วัดสุชน จ.นครศรีธรรมราช

จากนั้น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวสัมโมทนียกถาว่า ในปี 2569-2570 ได้มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ของโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ที่หากมีการนำไปสู่การจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาในสังคมไทย จะยังประโยชน์ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ในการส่งเสริมคุณค่าของมรดกไทย ซึ่งปัจจุบันไทย มีมรดกโลกทางวัฒนธรรม จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และเมืองบริวาร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง และยังมีพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมที่ได้ขึ้นทะเบียนเบื้องต้นหรือขึ้นบัญชีของศูนย์มรดกโลกของ ยูเนสโก (UNESCO) ในการพัฒนาสู่การเป็นมรดกโลกในอนาคต อีกจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ อนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมของนครหลวงล้านนา พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม พระธาตุพนมและกลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และ ชุมชนเมืองเก่าสงขลา หากได้ช่วยกันดูแล รักษา ควบคู่กับโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ก็จะอำนวยผลให้เกิดความงดงามทางสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมสืบต่อไป

พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ประธานคณะกรรมการบริหารกลางโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข กล่าวว่า โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นโครงการที่มส.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่สัปปายะ เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นรมณียสถานอันเป็นความสงบทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน มีป้าหมายสำคัญ คือ การส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมและองค์ความรู้ 5ส และหลักสัปปายะ 7 ไปสู่การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การจัดการสิ่งแวดล้อมและความสะอาดภายในวัด การพัฒนาการเรียนรู้ทางสังคมวิถีพุทธ และการส่งเสริมการมีจิตอาสาเพื่อการพัฒนาสังคม เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 กำหนดเป้าหมายให้วัดในสังคมไทยเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในปี 2570 สำหรับในระยะที่ 2 จนถึงปี 2570 นี้ กำหนดยุทธศาสตร์โดยมีเป้าหมายยกระดับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของวัดและชุมชนจำนวน 35,000 วัดและชุมชนให้มีมาตรฐานที่ดี พร้อมทั้งการส่งเสริมสุขภาวะให้พระสงฆ์ วัด และชุมชนมีสุขภาวะวิถีพุทธที่ดี รวมทั้งการส่งเสริมการจัดการมรดกวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ภายในวัด เพื่อเป็นพลังทางวัฒนธรรมหรือ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของสังคมไทยให้มีความเข้มแข็ง