เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ขร. ได้จัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะนำไปประกอบการวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารระบบรางที่เหมาะสม เป็นธรรม และสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืนต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายดำเนินมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ซึ่งได้เริ่มกับรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ก็มีนโยบายผลักดันมาตรการดังกล่าวให้ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสาย แต่ไม่ต้องการให้มีภาระหนี้สาธารณะ หรือภาระการอุดหนุนจากรัฐบาล จึงมอบให้ ขร. ทำการศึกษาฯ โดยเก็บค่าโดยสารแบ่งเป็นโซน เพราะมองว่าหากดำเนินมาตรการค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันกับทุกสาย จะใช้งบประมาณอุดหนุนจำนวนมาก แม้จะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่ก็ยังต้องใช้งบประมาณอุดหนุนอยู่ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นการศึกษา จะศึกษา 2 รูปแบบ ได้แก่ กำหนดค่าโดยสารแบบโซน (Zonal Fare) และกำหนดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง (Time-based Fare)

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า การกำหนดค่าโดยสารแบบโซน ดำเนินการในหลายประเทศ ซึ่งแบบโซน ก็แบ่งเป็นหลายรูปแบบ อาทิ โซนตามเขตพื้นที่, โซนแบบขั้นบันได และโซนรัศมี เบื้องต้นการกำหนดเป็นโซน จะยึดตามจำนวนสถานี อาทิ เดินทาง 8-10 สถานีต่อเที่ยว ค่าโดยสารไม่เกิน 40 บาทตลอดวัน หากเกินจากนั้นก็คิดเพิ่มตามโซนจำนวนสถานี อาจจะจ่ายเพิ่มรวมเป็น 50-80 บาท เป็นต้น ส่วนการกำหนดค่าโดยสารตามระยะเวลา ดำเนินการในหลายประเทศเช่นกัน โดยอาจจะกำหนดเวลาเดินทางว่าภายใน 1 ชั่วโมง (ชม.) ต่อเที่ยว จ่าย 40 บาท แต่หากเกิน 1 ชม. จะต้องจ่ายเพิ่มจาก 40 บาทตามระยะเวลา ซึ่งส่วนตัวมองว่า กำหนดค่าโดยสารตามระยะเวลาเหมาะกับประเทศไทย เพราะไม่ต้องลักลั่นกันว่าเป็นคนในพื้นที่ หรือนอกพื้นที่ อย่างไรก็ตามทั้ง 2 รูปแบบ หากเกินโซนจะต้องจ่ายเพิ่มเท่าใด ทางที่ปรึกษาฯ ต้องไปศึกษา และนำแต่ละรูปแบบมานำเสนอในการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณเดือน ก.ย. 2569

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า มาตรการค่าโดยสารเป็นโซน ไม่ว่าจะจำนวนสถานี หรือระยะเวลา จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชนได้ แต่จะลดในสัดส่วนเท่าใด และต้องจ่ายแต่ละโซนเพิ่มขึ้นเท่าใด ต้องรอผลศึกษา แต่มั่นใจว่าประชาชนจะจ่ายค่ารถไฟฟ้าน้อยลงกว่าเดิม โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางระยะไกล และต้องเดินทางข้ามสาย อย่างไรก็ตามปัจจุบันคนส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าประมาณ 8 สถานี ระยะทางประมาณ 11.25 กิโลเมตร (กม.) จ่ายค่ารถไฟฟ้าประมาณ 50-60 บาทต่อเที่ยว ซึ่งราคา 40 บาทถือเป็นราคาที่เหมาะสม ขณะที่คนที่เดินทางระยะไกล และต้องข้ามสาย ปกติจ่ายค่าโดยสารไปกลับวันละเกือบ 200 บาท กลุ่มนี้ก็จะประหยัดค่าเดินทางได้มาก แม้จะเกิน 40 บาทตลอดวัน แต่จ่ายน้อยลงกว่าเดิม

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า การศึกษาครั้งนี้จะแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.พ. 2570 แต่จะเร่งรัดสรุปผลให้แล้วเสร็จ และเสนอกระทรวงคมนาคม พิจารณาภายในปลายปี 2569 เพื่อกำหนดแนวทางมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับสายสีแดง และสายสีม่วง ที่ดำเนินมาตรการ 40 บาทตลอดวันอยู่ในขณะนี้ จะสิ้นสุดมาตรการสิ้นเดือน พ.ย. 2569 หากยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการ 40 บาทตลอดวัน ทาง ขร. จะเสนอต่ออายุมาตรการ โดยดำเนินการในรูปแบบเดิมไปก่อนอีก 1 ปี ส่วนรถไฟฟ้าสายอื่น ต้องรอนโยบาย และรัฐต้องซื้อคืนรถไฟฟ้าให้ได้ก่อน จึงจะดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันได้ เพราะมิฉะนั้นจะติดเรื่องสัญญาสัมปทาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสัมปทานรถไฟฟ้าที่รัฐต้องซื้อคืน มี 6 สาย ได้แก่ สายสีเขียว, สายสีทอง, สายสีน้ำเงิน, สายสีเหลือง, สายสีชมพู และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์.