เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัดเนื่องจำนงค์ ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พระพรหมวชิราทร เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร เจ้าคณะภาค 13 เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการฝึกอบรมเชิงวิชาการเพื่อเพิ่มศักยภาพไวยาวัจกรของวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมทั้งกล่าวสัมโมทนียกถา เปิดการอบรม ว่า การจัดฝึกอบรมเชิงวิชาการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ไวยาวัจกรของวัด ได้เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ บทบาท หน้าที่ และความสำคัญของไวยาวัจกรของวัดในปัจจุบัน หัวข้อ ไวยาวัจกรในฐานะเจ้าพนักงาน หัวข้อ การบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัดและการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดตามแบบมาตรฐาน หัวข้อ ระบบบริจาคอีเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย และสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในการช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เจ้าคณะภาค 13 กล่าวต่อไปว่า กฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกรให้คำจำกัดความ ไวยาวัจกร หมายถึง คฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต และมีอำนาจหน้าที่ดูแล รักษา จัดการทรัพย์สินของวัดได้ ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ คฤหัสถ์ผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกร ย่อมมีหน้าที่ในการเบิกจ่ายนิตยภัตประการหนึ่ง และมีหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสืออีกประการหนึ่ง นอกจากนี้ไวยาวัจกรยังเป็น “ตัวแทน” หรือ “ผู้แทน” ของวัดในการจัดการทรัพย์สินของวัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อีกทั้งยังมีฐานะเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้รับการคุ้มครอง และควบคุมตามประมวลกฎหมายอาญา กล่าวคือ ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าหากเจ้าพนักงานกระทำความผิดเสียเอง หรือเป็นใจให้มีการทุจริต ย่อมต้องถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นกัน

พระพรหมวชิราทร กล่าวอีกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของไวยาวัจกร ต้องมีหนังสือมอบหมายของเจ้าอาวาสเป็นหลักฐาน เพื่อมิให้มีการแอบอ้าง และปฏิเสธความรับผิดชอบต่างๆ อย่างเช่น การจัดการทรัพย์สินของวัด ทั้งนี้เพราะว่า ทรัพย์สินของวัดมีมากมายหลายชนิด การจัดการต้องเกี่ยวข้องทั้งทางโลกและทางธรรม บางอย่างมีผลประโยชน์ทรัพย์สินเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าอาวาสจะลงมือจัดการเองก็ดูไม่เหมาะสมกับสมณเพศ จำต้องมีหนังสือมอบหมายให้ไวยาวัจกรดำเนินการแทน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ว่าด้วยการดูแลรักษา และจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ. 2564 และควรปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล คือ 1. หลักนิติธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎกติกาอย่างเคร่งครัด และเป็นธรรม 2. หลักคุณธรรม ยึดมั่นความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต 3. หลักความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลตรวจสอบได้ 4. หลักการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น 5. หลักความรับผิดชอบ ตระหนักในหน้าที่และผลเสียจากการกระทำ 6. หลักความคุ้มค่า ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด