เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล คดีต่างๆ จะหายไป
โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เป็นแหล่งข่าวหรือไม่ เท่าที่ติดตามจากสื่อเห็นว่าเป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ ฉะนั้น เมื่อเป็นแหล่งข่าวจึงยังให้ความเห็นไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า ที่พูดกันว่าเมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล คดีที่เกี่ยวข้องจะหายไปนั้น นายโสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่ ยกตัวอย่างหากข้าราชการไม่มีหลังพิง ทำอะไรข้าราชการก็เดือดร้อนเอง อย่างกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่าเมื่อมีบทเรียนเหล่านี้ ข้าราชการ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะพึงระวังอยู่แล้ว เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง ซึ่งในยุคของการตรวจสอบทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะตอบสังคม หรือตอบคำถามหน่วยงานที่ตรวจสอบ จึงเห็นว่าอย่าไปกังวลมาก เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกตนจะได้เสียงข้างมาก ขณะที่วุฒิสภาก็ดำเนินงานไปตามวิถีของเขา และเมื่อพวกตนได้เสียงข้างมากพรรคก็เสนอตน เป็นเรื่องที่บรรจบบังเอิญกันพอดี ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่าจะต้องกินรวบ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น
เมื่อถามว่า ที่สังคมมองว่าเมื่อเป็นรัฐบาลคดีก็เงียบไป แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านคดีอาจจะเดินหน้า นายโสภณ กล่าวว่า มีทั้งตรวจสอบกันไปมา พอเป็นรัฐบาลก็จะถูกตรวจสอบยิ่งขึ้น ฉะนั้น ประเด็นที่หน่วยงานต่างๆ ได้ตัดสิน เราต้องเชื่อว่าเขาปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ เพราะเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบกันไปมาอยู่แล้ว มันอยู่ที่ถูกใจถูกต้อง บางทีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจไม่สะใจ ก็ทำให้ถูกชงขึ้นมาอีก
นายโสภณ กล่าวว่า ในสภาวะวิกฤติของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินไป ทุกอย่างชัดเจนที่คำตอบของตนอยู่แล้วว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา



