จะต้องพิจารณาทุกรูปแบบ ทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องของโลจิสติกส์ และสิ่งที่ต้องผูกอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์ ถ้าจะเอาเรื่องของคาร์โก้และการขนส่ง อาจไม่คุ้มทุน แต่ดูเรื่องทุนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเรื่องความสะดวกด้วย เป็นการดูภาพรวมให้เกิดความคุ้มค่า สรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน
สถานการณ์โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับจะได้ไม่ต้อง “กินน้ำใต้ศอก” เน้นความคุ้มค่า – ผลประโยชน์ประเทศ
และถึงเวลาฝ่ายค้านอย่าง “พรรคประชาชน” (ปชน.) ต้องมองหาอะไรที่เป็นผลงานเด่น ๆ ขึ้นมาในยุคนี้ เพื่อซื้อใจประชาชนให้หันมาเชียร์ เหมือนสมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ ได้ภาพความใหม่ การเป็นฝ่ายค้านที่กล้าชน ถ้ารัฐบาลทำลับๆ ล่อๆ ต้องเร่งหาข้อเท็จจริง ซึ่งตอนนี้สิ่งที่พรรคส้ม ควรจับตาความผิดสังเกต คือการเร่งรัด โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจู่ๆ รัฐบาลก็อ้างความจำเป็นที่ต้องมีเส้นทางคมนาคม ระบายความแออัดของช่องแคบมะละกา โดย ‘โกเกี๊ยะ’พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ตั้งใจจะเร่งเปิดประมูลให้ได้ภายในปีนี้
สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงกันมาก คือ“มันคุ้มค่าจะสูญเสียหรือไม่” แม้ว่าจะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ เพิ่มการจ้างงาน แต่ปัญหาคือ ทรัพยากรทางทะเลของไทยฝั่งอันดามัน หรือฝั่งอ่าวไทยที่ได้รับผลกระทบ เทียบกับการทำแลนด์บริดจ์แล้ว เราสูญเสียโอกาสในด้านการท่องเที่ยว สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลไปตั้งเท่าไรอีกอย่างหนึ่ง แลนด์บริดจ์ไม่ได้ห่างจากแหลมมะละกามาก ลงทุนไปจะคุ้มค่าจริงหรือไม่ แถมมีข้อสังเกต “จะพัฒนาให้ที่ดินใคร หรือไม่ ?”
ล่าสุด “ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธานวิปฝ่ายค้าน แสดงความกังวลในเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอนโยบายอาจมีความไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ดำเนินการอย่างเร่งรัด พร้อมชวนประชาชนจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ 2 ประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.เอสอีซี (SEC) ที่เนื้อหามีความคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.อีอีซี (EEC) ที่ไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยอีก จึงเตรียมเสนอญัตติกรรมาธิการการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซี 2.จับตาว่ารัฐบาลจะนำร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี เข้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีการจัดทำตั้งแต่สภาชุดก่อน
ขณะที่ ‘สส.กาย’ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน .ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายบริหารพยายามดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์มากกว่าโครงการฯที่รับปากไว้กับประชาชนเสียอีก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่นโยบายหาเสียง มีความพยายามแปลก ๆ มีการเร่งรัดทุกกระบวนการ กระทบกระทั่งกันแม้กระทั่งฝ่ายบริหารด้วยกันเอง ที่แตะหรือสัมภาษณ์หรือพูดพาดพิงโครงการฯนี้ก็ไม่ได้
“มันต้องมีพลังงานบางอย่างอยู่ในการพิจารณาเรื่องนี้ ต้องมีอะไรอย่างบางอย่างที่ประชาชนยังไม่ทราบ เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยเป็นวงกว้าง ผลโพลพบว่า ประชาชนกว่า ร้อยละ 50 เคยได้ยินชื่อโครงการ แต่ยังไม่เข้าใจรายละเอียดเชิงลึก น่ากังวลมากเพราะโครงการขนาดใหญ่เม็ดเงินมูลค่ามหาศาลและการลงทุนที่ต้องเอาเงินภาษี หรือการลงทุนจากภาคเอกชนลงไปเยอะขนาดนี้ แล้วไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาทำกลไกเป็นพิธีกรรมเพียงไม่กี่อย่าง”สส.กาย กล่าว
ถึงเวลาที่ “ฝ่ายค้าน” ต้องเปิดข้อมูลให้ได้ว่า โครงการฯมูลค่ามหาศาล ผลประโยชน์อยู่กับนักการเมืองหรือไม่ แล้วจะเรียกศรัทธา – คืนฟอร์มเหมือนที่เคยได้รับแรงสนับสนุนอย่างท่วมท้นตอนออกมาแฉ “ทุนเทา”



