เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน กรณีพรรคประชาชนออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางส่วนได้ ถือได้ว่าเป็นการย่อหย่อนต่อการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก อันอาจทำให้มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรมอันเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
     
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากพรรคประชาชนได้ออกมายอมรับว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคมาเป็นเวลานาน จากระบบในการรับสมัครสมาชิกพรรคที่ไม่ถูกต้องตามหลักการและไม่ปลอดภัย เนื่องจากไปกำหนดว่าผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องกรอกรหัสลับหรือ Laser ID (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) ลงไปด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ซึ่งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ไม่ได้บังคับให้พรรคการเมืองใดต้องขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิกพรรค เพราะไม่มีความจำเป็นที่พรรคการเมืองต้องล่วงรู้ แต่พรรคประชาชนกลับทำเป็นเท่ โดยทำแบบฟอร์มการสมัครสมาชิกพรรคต้องมีการกรอก Laser ID แต่ทว่ากลับไม่สามารถปกป้องดูแลให้เกิดความปลอดภัยได้ จนบัดนี้ออกมายอมรับแล้วว่าถูกมือดีแฮกข้อมูลไปแล้ว
     
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่อง Laser ID ของพรรคประชาชนนั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เคยยื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองให้สอบสวนเอาผิดกรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อ 17 ก.พ. 2569 โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 หลายมาตรา และกฎหมายหลายฉบับ อันเป็นเหตุให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคได้ และเมื่อพรรคประชาชนออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางรายได้ เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รวมถึงไฟล์ภาพถ่ายเอกสารประกอบการสมัครสมาชิกพรรคและอาจรวมถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนของสมาชิก (KYC) จึงเป็นการยืนยันในคำร้องขององค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ถึงการกระทำของพรรคประชาชนว่าอาจสร้างความเสี่ยงภัยให้กับสมาชิกพรรคที่สมัครสมาชิกกว่า 111,835 คน ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้สมัครสมาชิกพรรคดังกล่าวได้
     
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาแจ้งต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) เพื่อสอบสวนไต่สวนและวินิจฉัยว่า การที่พรรคประชาชนเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคนอกเหนือไปจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กำหนดโดยให้กรอก ID แต่ไม่สามารถปกป้องดูแลให้ปลอดภัยได้ ถือเป็นการย่อหย่อนต่อการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย PDPA จนมีบุคคลภายนอกเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคของตนเองได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้บุคคลภายนอกล้วงข้อมูลฐานสมาชิกได้ ถือเป็นภัยต่อข้อมูลของสมาชิกอันอาจเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ขัดต่อมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้หรือไม่.