วันที่ 13 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า การประชุม ศบก. ในช่วงเช้า 10.00 น. ได้หารือกันในหลายเรื่อง ยืนยันถึงข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในเรื่อง น้ำมันดีเซลที่ตรึงราคา 15 วัน และจะ ครบกำหนดในวันที่ 16 มีนาคม 2569 นี้

หลังจากนั้นจะต้องมาประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากครบ 15 วันว่า ราคาน้ำมันดีเซลจะขยับอย่างไร เมื่อมีผลสรุปจะแถลงให้ทราบต่อไป โดยเฉพาะราคาหน้าปั๊มน้ำมันจะปรับลักษณะไหน รวมถึงน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ซึ่งปกติจะเป็นการซื้อระบบขายส่ง เช่น บริษัทตัวแทนจาก ปตท. บางจากฯ คาลเท็กซ์ มีบริษัทค้าส่งเป็นของตนเอง ส่วนพีที และซัสโก้ ไม่มีการขายส่ง ขณะที่เชลล์ไม่แน่ใจปัจจุบัน

ราคาน้ำมันเบนซินจะปรับในแต่ละสัปดาห์ ยืนยันขณะนี้เราสามารถหาน้ำมันดิบที่จะนำมากลั่น จากเดิม 92 วัน ขยายเป็น 98 วัน โดยรัฐบาลมั่นใจ จากกระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะจัดหาน้ำมันดิบ จากนอกอ่าวเปอร์เซีย ที่มี 50% จะเจรจาซื้อเพิ่มเติม”

อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีจากการประกาศจากสหรัฐ ที่เลิกบอยคอตรัสเซีย ให้สามารถส่งขายน้ำมันไปประเทศอื่นๆได้ ทำให้ ไทยจะเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียเพิ่มเติม

นายพิพัฒน์ กล่าว ยืนยันน้ำมันดิบมีสำรองไป 98 วัน หลังจากนี้ จะปรับสูตรน้ำมันดีเซล ไบโอดีเซล 7% ขยาย 10% และไป 20% ซึ่งที่ผ่านมาเคยประกาศใช้กับรถบรรทุก แต่ B10 (ไบโอดีเซล 10%) รถขนาดเล็ก รถปิกอัพใช้ได้ ขอให้สบายใจได้ โดยกระทรวงพลังงานจะจัดหาน้ำมันสำรองโดยไม่มีขาดตลาดอย่างแน่นอน

ส่วนการปล่อยเป็นไปตามกลไก จะค่อยๆ ปล่อยราคาตามกลไกตลาดตามภาวะสงคราม จากขณะนี้ราคาน้ำมันดิบอยู่เกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล