เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบการตั้งกระทู้ที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง โดยเจ้าของกระทู้ระบุว่า เป็นชายวัย 50 ปีเศษ ซึ่งล้มป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่า 4 ปี โดยมีภรรยาสาววัย 31 ปี คอยดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พร้อมทั้งยังช่วยบริหารจัดการธุรกิจแทนเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
จุดแตกหักของความไว้ใจ เจ้าของกระทู้เล่าต่อว่า ความจริงมาปรากฏเมื่อเขาทราบว่าภรรยาแอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “คนงาน” ในความดูแลของเธอเอง ซึ่งเป็นชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าภรรยา 2 ปี จนกระทั่งฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ

คำขอโทษที่มาพร้อมหยาดน้ำตา ภายหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ภรรยาสาวได้กล่าวเพียงคำว่า “ขอโทษ” พร้อมกับกุมมือเขาไว้แน่น และยืนยันหนักแน่นว่า “จะไม่ทิ้งเขาไปไหน” แม้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของชายอื่นอยู่ก็ตาม
เสียงสะท้อนจากชาวเน็ต เจ้าของกระทู้ได้ทิ้งท้ายด้วยความสับสนว่า “ควรทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี?” ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
- ฝ่ายที่เห็นใจ : เข้าใจถึงความซื่อสัตย์ของสามี แต่ก็มองว่านี่เป็นการทรยศที่รุนแรงเกินกว่าจะรับได้
- ฝ่ายที่มองโลกความเป็นจริง : วิเคราะห์ว่าฝ่ายหญิงอาจจะเหงาหรือแบกรับภาระหนักเกินไป แต่การมีชู้และท้องเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมชัดเจน
ปัจจุบันกระทู้ดังกล่าวยังคงมีการถกเถียงถึงทางออกของปัญหา ทั้งในแง่ของกฎหมาย การจัดการมรดก และความกตัญญูที่ปนเปไปกับความเจ็บปวด



