จากกระแสข่าวที่รัฐบาลใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยจะแบ่งงานด้านการท่องเที่ยว ไปร่วมกับงานของวัฒนธรรม ขณะที่ งานด้านกีฬา จะออกเป็นกระทรวงเอกเทศ โดยจะพยายามดำเนินการภายใน 6 เดือน นั้น
ในเรื่องนี้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี เมมเบอร์) และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ได้ร่วมเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างของกระทรวง ดังนี้
ประการแรก หลอมรวม “การท่องเที่ยว” เข้ากับ “วัฒนธรรม” ซึ่งคุณหญิงปัทมา เห็นว่าภารกิจด้านการท่องเที่ยวควรผนวกเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม เพราะทั้งสองด้านนี้มีความเชื่อมโยงกันโดยตรงและเป็นเนื้อเดียวกันโดยธรรมชาติ วัฒนธรรมไทย คือ “ต้นทุน” และ “จุดขาย” ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย มวยไทย งานประเพณี หรือเทศกาลระดับโลกอย่างสงกรานต์ การรวมสองภารกิจนี้ไว้ด้วยกันจะทำให้การกำหนดนโยบายเป็นเอกภาพ สามารถวางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างบูรณาการ และบริหารงบประมาณด้านการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประการที่สอง แยก “กีฬา” ให้เป็นกระทรวงเอกเทศโดยเฉพาะ ในส่วนของภารกิจด้านกีฬา ปัทมาเห็นว่ากีฬาควรได้รับการยกระดับให้เป็นกระทรวงกีฬา ที่มีความเป็นเอกเทศอย่างชัดเจน มิใช่เป็นเพียงภารกิจที่ถูกรวมไว้ภายใต้กรอบงานอื่น เพราะในปัจจุบัน กีฬาไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องการแข่งขันหรือเหรียญรางวัลเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาเยาวชน สุขภาวะของประชาชน การสร้างวินัย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภาพลักษณ์ของประเทศ ตลอดจนบทบาททางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
“การมีกระทรวงกีฬาโดยเฉพาะ จะทำให้การกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ และการวางแผนพัฒนานักกีฬาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีทิศทาง และตอบโจทย์เฉพาะด้านได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องแข่งขันกับภารกิจขนาดใหญ่ของกระทรวงอื่น อีกทั้งยังช่วยให้การพัฒนาตั้งแต่กีฬาเด็ก เยาวชน กีฬามวลชน กีฬาอาชีพ ไปจนถึงกีฬาระดับนานาชาติ อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์เดียวกันอย่างแท้จริง”
ประการที่สาม ยกระดับธรรมาภิบาลและมาตรฐานการบริหารจัดการกีฬา โดยกีฬาเป็นภารกิจที่ใช้งบประมาณสูง มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของประเทศโดยตรง จึงควรมีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ การแยกกีฬาออกมาเป็นกระทรวงเอกเทศ จะช่วยให้เกิดความรับผิดชอบโดยตรงของฝ่ายนโยบาย สามารถวางระบบธรรมาภิบาล มาตรฐานจริยธรรม และกลไกกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของวงการกีฬา อันจะช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ประการที่สี่ เสริมศักยภาพประเทศไทยสู่เวทีโลก ในบริบทที่ประเทศไทย กำลังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 การมีหน่วยงานระดับกระทรวงที่ดูแลด้านกีฬาโดยตรงและมีเอกภาพ จะเป็นสัญญาณสำคัญต่อประชาคมโลกว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญกับกีฬาอย่างจริงจัง มีความพร้อมทั้งในเชิงนโยบาย โครงสร้าง และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรกีฬานานาชาติให้ความสำคัญอย่างมาก
“ปัทมาเชื่อมั่นว่า “วัฒนธรรมกับการท่องเที่ยว” เป็นคู่ภารกิจที่ควรอยู่ด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนเสน่ห์และมูลค่าของประเทศสู่สายตาชาวโลก ขณะที่ “กีฬา” ควรถูกแยกออกมาเป็น กระทรวงเอกเทศ เพื่อให้สามารถพัฒนาได้อย่างจริงจัง มีทิศทางชัดเจน และสร้างคน สร้างชาติ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ” คุณหญิงปัทมา กล่าว



