เมื่อวันที่ 14 มี.ค. สำนักงาน ป.ป.ส. รายงานผลปฏิบัติการเมื่อวันที่ 12-13 มี.ค. ว่า เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายชาวต่างชาติที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายสารสกัดจากกัญชาความเข้มข้นสูง ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มุ่งเร่งรัดการปราบปรามยาเสพติดและการลักลอบผลิตสารเสพติดผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

โดยผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 มอบหมายเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 นำโดย นายธมนต์ สีห์รา นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ และนายกฤตภาส อำนวยสุข นักสืบสวนสอบสวนปฏิบัติการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ตำรวจท่องเที่ยว พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจค้นสถานประกอบการฟาร์มกัญชาแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายโมเช่ (Moshe) สัญชาติอิสราเอล เจ้าของกิจการ พร้อมผู้ต้องหาชาวไทย 4 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ช่วยเหลือในการจดทะเบียนบริษัทในลักษณะนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างชาติ จึงดำเนินคดีในข้อหาประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี)

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบสารสกัดจากกัญชาภายในสถานประกอบการ จึงส่งตรวจพิสูจน์ โดยผลตรวจพบว่ามีค่า THC สูงถึง 77% ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน ร้อยละ 0.2 จึงเข้าข่ายเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหา ผลิต ครอบครอง และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยผิดกฎหมาย ต่อมาจากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหายังคงลักลอบผลิตและจำหน่ายสารสกัดกัญชาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 13 มี.ค. และพบสารสกัดกัญชาหลายประเภท ได้แก่ Kief, Hash และ Moonrock ซึ่งเป็นสารสกัดที่มีความเข้มข้นของ THC สูง จึงได้จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมในข้อหา ผลิต จำหน่าย และครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดจากกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้า พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินและอายัดบัญชีเงินฝาก รวมมูลค่าประมาณ 3,000,000 บาท

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติด เพื่อป้องกันการนำกัญชาไปแปรรูปเป็นสารสกัดที่มีความเข้มข้นสูงซึ่งเข้าข่ายเป็นยาเสพติด พร้อมทั้งสั่งการให้ขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด.






