สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ว่า นายดัก เบอร์กัม รมว.มหาดไทยสหรัฐ กล่าวระหว่างการเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน ของกลุ่มประเทศอินโด-แปซิฟิก ที่กรุงโตเกียว นำเสนอนโยบาย “ความเป็นเลิศด้านพลังงาน” ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่า “เรามีพลังงานเพียงพอที่จะสร้างความมั่งคั่งภายในประเทศ และเรามีความสามารถในการขายพลังงาน ให้กับมิตรสหายและพันธมิตรของเราด้วย”


เบอร์กัมกล่าวว่า นโยบายนี้จะช่วยให้ภูมิภาคเอเชียมีแหล่งพลังงานที่ “น่าเชื่อถือ ราคาเหมาะสม และมั่นคง” ซึ่ง “ไม่สามารถถูกขัดขวางโดยระบอบการปกครองที่เป็นผู้ก่อการร้ายได้”


นอกจากนี้ เบอร์กัมยังกล่าวถึงความจำเป็นในการจัดหา “แร่ธาตุหายาก” ที่มั่นคง ขณะที่นานาประเทศพยายามลดการพึ่งพาจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด แร่ธาตุสำคัญอย่างลิเทียมและโคบอลต์ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสำคัญแทบทุกอย่าง ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และสมาร์ตโฟน ไปจนถึงเครื่องยนต์เครื่องบินเจ็ต และขีปนาวุธนำวิถี


การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันและแก๊สพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง นับตั้งแต่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้การสัญจรผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันและแก๊สต้องหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด เนื่องจากพลังงานส่วนใหญ่ที่ผ่านเส้นทางนี้มีปลายทางอยู่ที่ทวีปเอเชีย


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เคยกล่าวว่า “สหรัฐคือผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น เราจึงทำเงินได้มหาศาล” พร้อมเดินหน้านโยบายส่งเสริมการผลิตน้ำมันและแก๊สอย่างเต็มสูบ.

เครดิตภาพ : REUTERS