เมื่อวันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 150/2569 เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 6 ซอยนันทนนท์ 4 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านพักและที่ทำงานของ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทหนึ่ง ซึ่งเปิดดำเนินธุรกิจซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี และเป็นพี่ชาย นายเอ (นามสมมุติ) เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกตำรวจไซเบอร์จับกุมตามหมายจับศาลไปแล้วเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนและฟอกเงิน
ค้น 5 จุดเมืองปากน้ำ รวบเลขานายกฯ อบจ. เอี่ยวลงทุนออนไลน์ ยึดรถหรู ‘ปอร์เช่-เบนซ์’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจค้นบ้านพักไม่พบตัวนายบี มีเพียงพ่อที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยตำรวจได้ตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารต่างๆ จำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบ เพื่อเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานและหาความเชื่อมโยงว่านายบี ไปมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการหลอกลงทุนและการฟอกเงินหรือไม่ หลังพบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายรายหนึ่งที่ถูกหลอกให้ลงทุนออนไลน์ ไปเกี่ยวพันทั้งเงินในบัญชีธนาคารของบริษัทและบัญชีส่วนตัว

การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 มีผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางเฟซบุ๊ก เข้ามาพูดคุยจนสร้างความสนิทสนม จากนั้นได้ใช้อุบายชักชวนให้ทางผู้เสียหายสมัครเป็นสมาชิกเปิดร้านขายสินค้าในแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าชื่อดังรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าหากลงทุนแล้วจะได้ค่าตอบแทนสูง ก่อนทางผู้เสียหายตัดสินใจลงทุน ได้โอนเงินเข้าระบบเพื่อเปิดร้านในครั้งแรก จำนวน 10,000 บาท และได้รับค่าตอบแทนจริง โดยทางมิจฉาชีพได้โน้มน้าวให้ผู้เสียหายเพิ่มการลงทุน จึงตัดสินใจโอนเงินรวมทั้งหมด 28 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,967,719 บาท จากนั้นได้ถูกปฏิเสธค่าตอบแทน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้

โดยทางชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 ได้ทำการสืบสวนจนพบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายในคดีนี้ ถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายบัญชี และบัญชีธนาคารของบุคคลต่างชาติหลายสัญชาติ อาทิ คาซัคสถาน และรัสเซีย ก่อนโอนต่อเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของบริษัทดังกล่าว ที่มีนายบี เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท จากนั้นได้ถ่ายโอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของนายบี ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการหลอกลงทุนในลักษณะเข้าข่ายการกระทำผิดการฟอกเงิน

ทั้งนี้ล่าสุด นายบี ได้ประสานมายังตำรวจไซเบอร์ เพื่อนัดหมายที่จะเดินทางเข้าให้ปากคำในเรื่องนี้กับพนักงานสอบสวน ในวันที่ 16 มีนาคม 2569
สำหรับในคดีนี้ ทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานของอนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ รวม 16 ราย ในความผิดฐาน “กระทำด้วยประการใด อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก (เป็นผู้สนับสนุน) ในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด หรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน”



