กรณี “เจ๊เอ๋” ณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ อินฟลูเอนเซอร์ฝีปากกล้า เผยกับรายการ คนดังนั่งเคลียร์ DEEP TALK ช่อง 8 ว่า เธอเคยต่อสายหา “อนุทิน” เรื่องที่ลูกชายที่เป็นนักกีฬายิงปืน แต่ ไม่ได้ “ใบ ป.3” หรือ “ใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล” จากทางอำเภอ และเพียง 2 ชั่วโมงจากนั้น ก็ได้รับใบ ป.3ที่ต้องการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้รอการอนุมัติ

กรมการปกครอง ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า กรมการปกครอง ได้ตรวจสอบข้อมูลจากอำเภอเมืองสระบุรีแล้ว จากการตรวจสอบประวัติการยื่นขออนุญาตพบว่า กรณีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 วาระ

ครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค.66 เจ๊เอ๋และสามีได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนในนามของสามี สำหรับใช้เพื่อการกีฬา แต่เนื่องจากตรวจสอบพบว่าสามีมีอาวุธปืนในครอบครองอยู่แล้ว 1 กระบอก ประกอบกับไม่ได้นำหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืนมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงข้อกฎหมายให้ทราบ ซึ่งผู้ขอรับทราบข้อมูลและเดินทางกลับโดยไม่ได้ดำเนินการต่อ

การยื่นขออนุญาตครั้งที่ 2 วันที่ 10 ก.ย.67 สามีของเจ๊เอ๋ได้เข้ามายื่นคำร้องขอใบอนุญาต (แบบ ป.3) อีกครั้ง เพื่อรับโอนอาวุธปืนจากท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผู้ขอได้นำหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาและสมาชิกสนามยิงปืนมาแสดงอย่างครบถ้วน นายทะเบียนจึงได้พิจารณาออกใบอนุญาตให้ตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบระบบอย่างละเอียด ไม่ปรากฏข้อมูลว่าบุตรชายของ เจ๊เอ๋ ได้เข้ามายื่นคำร้องขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนแต่อย่างใด

กรมการปกครอง ยืนยันว่า กระบวนการออกใบ ป.3 ให้แก่ครอบครัวอินเจ๊เอ๋ เป็นไปตามขั้นตอนปกติที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ตลอดจนระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดทุกประการ โดยมิได้มีการรับคำสั่งการหรือแทรกแซงจากบุคคลใดทั้งสิ้น