เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศร้านข้าวแกงบริเวณเยื้องธนาคาร ธ.ก.ส. หน้าตลาดเกษตร (ตลาดท่ารถ บขส.) อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีประชาชนทยอยเดินทางมาซื้ออาหารอย่างต่อเนื่อง บางช่วงมีลูกค้าเข้าคิวรอเลือกซื้อกับข้าวกันอย่างคึกคัก โดยทางร้านจัดเตรียมเมนูไว้หลากหลาย ทั้งผัด แกง และต้มจืด วางเรียงให้เลือกจำนวนมาก ขณะที่ข้าวสวยบรรจุถุงมีทั้งขนาด 5 บาท และ 10 บาท รองรับลูกค้าทุกกลุ่มอาชีพ ตั้งแต่ข้าราชการไปจนถึงผู้ใช้แรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เลือกซื้อกลับไปเป็นอาหารเช้าและกลางวัน โดยในแต่ละวันเมื่อถึงเวลาประมาณ 09.00 น. อาหารมักจำหน่ายหมดเกือบทั้งหมด

แม้ในช่วงนี้ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งถุงพลาสติก หนังยาง ไข่ไก่ และเครื่องปรุงต่าง ๆ แต่ร้านยังคงจำหน่ายข้าวแกงในราคาถุงละ 20 บาท และไข่ต้มฟองละ 10 บาท โดยอาศัยการขายในปริมาณมากเป็นหลัก ทำให้สามารถประคองกิจการได้ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ร้านแห่งนี้ กลายเป็นหนึ่งในร้านขวัญใจของชาวอุทัยธานี

โดย นายสาทิตย์ บุญทิ้ง อายุ 47 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่เปิดขาย ยึดหลักขายเอาปริมาณ กำไรน้อยแต่ขายได้ทุกวัน แม้ปัจจุบันต้นทุนจะเพิ่มขึ้นแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะไข่ไก่ เครื่องปรุง และบรรจุภัณฑ์ แต่ยังไม่คิดปรับขึ้นราคา เพราะเกรงว่าจะกระทบลูกค้าประจำที่ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานรายวันและครอบครัวในพื้นที่ ช่วงนี้ของแพงขึ้นจริง ๆ ทั้งไข่ ทั้งเครื่องปรุง รวมถึงพวกถุงกับหนังยางก็ขึ้นหมด ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่เราก็ยังขายราคาเดิม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ถ้าขึ้นราคาเขาก็ลำบาก

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า จุดเด่นของร้านคือการทำอาหารปริมาณมากในแต่ละวัน และเริ่มขายตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. ทำให้มีลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้ามืด เราทำกับข้าวเยอะ เพราะรู้ว่ามีลูกค้ารออยู่แล้ว ลูกค้าจะทยอยมากันตั้งแต่ตี 5 บางคนมาซื้อทุกวัน ทำให้ถึงแม้กำไรต่อถุงจะไม่มาก แต่พอรวมกันแล้วก็อยู่ได้

แม้ราคาไข่ไก่จะปรับขึ้นหลายครั้ง ทางร้านยังคงขายไข่ต้มในราคาฟองละ 10 บาทเท่าเดิม รวมถึงข้าวสวยที่มีทั้งถุงละ 5 บาท และ 10 บาท เพื่อให้ลูกค้าเลือกตามกำลังซื้อ เราพยายามตรึงราคาให้ได้มากที่สุด เพราะอยากให้ทุกคนยังสามารถซื้อกินได้ ไม่อยากให้ใครต้องลำบากเรื่องค่าอาหาร ตนเองเป็นคนอุทัยธานี และลูกค้าก็เป็นคนในพื้นที่เดียวกัน จึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ถึงกำไรจะน้อย แต่มีความสุขที่เห็นลูกค้ามาอุดหนุนทุกวัน ร้านเราอยู่ได้เพราะลูกค้า เราก็อยากดูแลเขาเหมือนกัน