เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 จากกรณีกัมพูชา พยายามเคลมชุดไทย รวมถึงศิลปวัฒนธรรมอื่น ๆ ของไทย ซึ่งเป็นที่พูดถึงอย่างมากในขณะนี้ รวมถึงกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้โพสต์ข้อความ “มรดกวัฒนธรรมเป็นมรดกร่วมของมนุษยชาติ การขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก มีเป้าหมายเพื่อการคุ้มครองและการสืบสาน มิใช่การแข่งขันระหว่างประเทศ”
นายภูมิ สวัสดี รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าวถึงการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรม โดยอ้างอิงถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ภาคประชาชนได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียน แต่กลับพบว่า วธ. ของไทยนั้นอ่อนแอมาก ซึ่งจากการรับฟังแนวทางของกระทรวงฯ หน่วยงานรัฐยังขาดความเข้าใจในกลยุทธ์ที่กัมพูชากำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสร้างความสับสนและบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ชาวโลกเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของวัฒนธรรมต่าง ๆ เราอยากเห็นกระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการเชิงรุก ไม่ใช่แค่แจ้งว่ามันเป็นการทะเลาะกันของภาคประชาชน เพราะตอนนี้กระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา ออกมาบอกแล้วว่าสไบเป็นของเขา ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรมต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่ออกมาว่าจะตอบโต้ แต่จะต้องดำเนินการเชิงรุก ไม่งั้นวัฒนธรรมของเราจะโดนขโมยไปหมด
รองโฆษกพรรครักชาติ ได้ยกกรณีศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและ สปป.ลาว ขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ว่า ไทยและ สปป.ลาว มีความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมสูงมาก ทั้งในด้านภาษา การแต่งกาย และอาหาร แต่กลับไม่เคยมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องการแย่งชิงวัฒนธรรม เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ ต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในทางกลับกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกัมพูชาสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเคารพและจงใจที่จะฉกฉวย แสดงว่าเขาตั้งใจที่จะเคลมวัฒนธรรมของเรา
“ผมขอเรียกร้องให้คนไทยร่วมกันแสดงพลังเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงภาครัฐ ถ้าสมมุติว่ากระทรวงวัฒนธรรมยังดำเนินการเชิงรับอยู่ ไม่รอด ประเทศไทยจะไม่เหลืออะไรเลย ตอนนี้ทุกคนต้องกดดันให้กระทรวงวัฒนธรรมออกมาทำอะไรสักอย่าง ต้องดำเนินการเชิงรุกสักที เพราะใจคนไทยไม่ไหวแล้ว” รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าว.



