วันที่ 18 มีนาคม ถูกกำหนดให้เป็นวันรีไซเคิลโลก (Global Recycling Day) กำเนิดขึ้นในปี 2561  โดย รันจิต บักซี  ในฐานะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในอุตสาหกรรมการรีไซเคิล ได้ก่อตั้งมูลนิธิรีไซเคิลโลกขึ้นและดำเรงตำแหน่งประธานมูลนิธิฯ ระบุว่าการรีไซเคิล คือ “ทรัพยากรที่เจ็ด” ต่อจากทรัพยากรธรรมชาติหลักหกอย่างบนโลก ได้แก่ น้ำ อากาศ ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุ พร้อมคติประจำใจของเขาคือ “เปลี่ยนขยะให้เป็นวัตถุดิบ”

หัวข้อสำหรับวันรีไซเคิลโลกในวันที่ 18 มีนาคม 2026 คือ อย่าคิดถึงขยะ คิดถึงโอกาส!เน้นย้ำการมองวัสดุรีไซเคิลว่าเป็น ทรัพยากรลำดับที่เจ็ด

มูลนิธิรีไซเคิลโลก มุ่งรณรงค์  2 เรื่อง

1. บอกผู้นำโลกว่าการรีไซเคิลมีความสำคัญเกินกว่าที่จะมองข้ามไปเป็นประเด็นระดับโลก และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแนวทางร่วมกันในการรีไซเคิล

2. ขอให้ผู้คนทั่วโลกคิดถึงทรัพยากร ไม่ใช่ขยะ เมื่อพูดถึงสินค้าที่อยู่รอบตัวเรา จนกว่าจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น เราจะไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของสินค้ารีไซเคิลและนำไปใช้ประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็น

นั้นเพราะทุกปีโลกผลิตทรัพยากรธรรมชาติหลายพันล้านตัน และทรัพยากรเหล่านั้นกำลังหมดไป จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องคิดใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราทิ้ง ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นโอกาส การรีไซเคิลเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของเรา  

ทั้งนี้ สำนักงานรีไซเคิลระหว่างประเทศ (Bureau of International Recycling) ให้ข้อมูลว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้บริโภคทรัพยากรมากกว่าในประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ผ่านมาทรัพยากรที่เจ็ด (วัสดุรีไซเคิล) คิดเป็น 40% ของความต้องการวัตถุดิบของโลก

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า วัสดุสำคัญและมีค่ามากกว่า 148 ล้านปอนด์ เข้าสู่ตลาดผู้รีไซเคิลทุกปี โดยทองคำ เงิน และแพลทินัมส่วนใหญ่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในต่างประเทศ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า สหราชอาณาจักรเพียงแห่งเดียวสูญเสียวัตถุดิบสำคัญอย่างน้อย 13.64 ล้านปอนด์ เนื่องจากขาดเทคโนโลยีการกู้คืนขั้นสูง (www.materialfocus.org)

โลหะมีค่าส่วนใหญ่สูญเสียไปกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในปี 2565 โลหะมูลค่าประมาณ 91 พันล้านดอลลาร์ฝังอยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเพียงประมาณ 28 พันล้านดอลลาร์เท่านั้นที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ เห็นได้ชัดว่าการกู้คืนวัสดุเหล่านี้จากขยะทำให้‘การทำเหมืองในเมือง’ สามารถประหยัดต้นทุนและสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการทำเหมืองแบบดั้งเดิม

เวทีการประชุม COP30 ซึ่งเป็นการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติในบราซิล รันจิต บักซี  กล่าวว่า “ขยะเป็นสกุลเงินที่มีค่า ใอนาคตมันจะมีค่ามากกว่าที่ดินหรือน้ำมัน เพราะเรากำลังสิ้นเปลืองวัสดุที่โลกพึ่งพามากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ทองแดง ลิเธียม นิกเกล และอะลูมิเนียม

“ในขณะที่หลายประเทศพอใจที่จะส่งออกขยะในนามของการรีไซเคิล ผู้ประกอบการที่ชาญฉลาดกำลังยึดครองทรัพยากรที่หายากเหล่านั้น และจะเริ่มเรียกร้องราคาที่สูงขึ้น หากเราต้องการขับรถยนต์ไฟฟ้า ขยายฟาร์มกังหันลม หรือใช้สมาร์ทโฟนต่อไป”

รันจิต บักซี เชื่อว่าแร่ธาตุมีค่ามีแนวโน้มที่จะกลายเป็น “อาวุธแห่งอำนาจ” เขากล่าวว่า “จีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงงานของโลก ได้หันมาให้ความสำคัญกับภายในประเทศมากขึ้น ไม่พอใจกับการผลิตสินค้าราคาถูกอีกต่อไป แต่ตอนนี้จีนพยายามที่จะครอบงำห่วงโซ่อุปทานที่สนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว ด้วยการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลและการควบคุมกระบวนการแปรรูปแร่ธาตุที่สำคัญ

จีนกำลังวางตำแหน่งตัวเองไม่เพียงแต่ในฐานะผู้ผลิต แต่ยังเป็นผู้เฝ้ารักษาอนาคตอีกด้วย ในขณะที่ประเทศตะวันตกได้ยอมรับการรีไซเคิลแล้ว แต่ก็ยังล้าหลังจีนในด้านระบบและแนวปฏิบัติที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเราอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้

ทั้งนี้รันจิต เคยกล่าวเข้าร่วมการประชุม COP22 ครั้งแรกในปี 2559 ที่โมร็อกโก ซึ่งเขาได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่การรีไซเคิลจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของวาระการประชุม COP และได้ย้ำเตือนเรื่องนี้ในการประชุม COP มาโดยตลอดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา น่าเสียดายที่จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่เกิดขึ้น

เขากล่าวว่า เรายังคงย้ำเตือนผู้มีอำนาจถึงความจำเป็นในการยอมรับคุณูปการอันมหาศาลที่อุตสาหกรรมการรีไซเคิลได้มีส่วนร่วมในการช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศในขณะที่กู้คืนแร่ธาตุที่สำคัญ ทำไมอุตสาหกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้หลายพันล้านตัน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกหลายพันล้านดอลลาร์ จ้างงานหลายล้านคน สร้างงานสีเขียว และลดการปล่อยก๊าซมีเทนโดยการลดขยะในหลุมฝังกลบ จึงยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุม COP?”

 อย่างไรก็การประชุม COP30 ซึ่งจัดขึ้นที่ขอบป่าอะมาซอน ล้มเหลวอีกครั้งในการดึงดูดผู้นำระดับโลกจำนวนมาก การรีไซเคิลไม่ได้เป็นหัวข้อหลักในการอภิปราย แต่ Global Recycling Foundation มองว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่พลาดไป

มูลนิธิรีไซเคิลโลก เชื่อว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจของเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ทันสมัยนั้นมีมหาศาล ครอบคลุมทั้งผลกำไรทางการเงินโดยตรง ความมั่นคงด้านทรัพยากร และข้อได้เปรียบด้านความยั่งยืนในระยะยาว ตลาดเทคโนโลยีรีไซเคิลคาดว่าจะมียอดขายเกิน 150-200 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 โดยได้รับแรงผลักดันจากการขยายตัวของเมือง ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และการขาดแคลนทรัพยากร หากเราสามารถลดการพึ่งพาแร่ธาตุสำคัญที่นำเข้า (เช่น ลิเธียม โคบอลต์) วัสดุรีไซเคิลสามารถปกป้องอุตสาหกรรมจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบโลกได้

          /-/-/-/