นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะ(เฟส) ที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท 14 สัญญา มีความคืบหน้า 52.46% ล่าช้า 28.26% มี 2 สัญญาที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ได้แก่ สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กม. ขณะที่สัญญา 2.3 งานระบบราง และจัดหาขบวนรถ มีความคืบหน้า 1.19% รฟท. ยังคงเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2573

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า โครงการฯ มีความคืบหน้าเกินครึ่งทางแล้ว แต่ยังมีงานหลายส่วนที่ รฟท. ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ก่อสร้างได้ ไม่กระทบภาพรวม ประกอบด้วย สัญญา 4-1 ซึ่งเป็นช่วงที่มีโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือเรื่องหลักประกันค่ารัฐร่วมลงทุนงานโยธากับสำนักงานอัยการสูงสุด หากไม่มีประเด็นใดเพิ่ม ก็สามารถส่งร่างแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ยังมีสัญญา 4-5 อยู่ระหว่างปรับแบบโครงสร้างสถานีอยุธยาตามคำแนะนำของกรมศิลปากร ควบคู่ไปกับการจัดทำราคากลาง และร่างขอบเขตงาน (TOR) เบื้องต้นจะเปิดประกวดราคาสัญญาเดียว แบ่งเป็น 2 งานคือ งานก่อสร้างทางวิ่ง และงานก่อสร้างสถานี ผู้รับจ้างสามารถทำงานทางวิ่งไปได้ก่อน ระหว่างที่รอเรื่องแบบแล้วเสร็จ เพราะต้องใช้เวลาในการขุดเจาะสำรวจบริเวณสถานีด้วย โดยเวลานี้ยังอยู่ระหว่างประเมินกรอบวงเงินของสัญญาว่าจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ เพราะแม้ว่าปรับแบบแล้วขนาดสถานีจะเล็กลง แต่ปัจจุบันต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หากเพิ่มสูงขึ้นกว่าวงเงินเดิม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่ไม่เกินกรอบวงเงินรวม 1.79 แสนล้าน ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเกินกรอบวงเงินฯ ต้องเสนอ ครม. พิจารณา

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดประกวดราคา(ประมูล) สัญญา 4-5 ต้องรอเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) ชุดใหม่พิจารณา จากนั้นจึงจะเปิดประมูลได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในขั้นตอนประมูล จนได้ผู้รับจ้าง โดย รฟท. ตั้งเป้าหมายจะเริ่มก่อสร้างสัญญา 4-5 ให้ได้ภายในปี 2569 ขณะเดียวกันยังมีสัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.3 กม. ซึ่งแม้จะเริ่มก่อสร้างแล้ว แต่มีช่วงบริเวณโคกกรวด-บ้านใหม่ ระยะทางประมาณ 7.3 กม. ยังไม่สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากต้องปรับจากการสร้างทางระดับดิน เป็นทางยกระดับแทน ตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านบาท และต้องเสนอ ครม. ใหม่พิจารณา เนื่องจากต้องปรับแบบ

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของสัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ที่เกิดเหตุเครนงานก่อสร้างรถไฟฯ หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จ.นครราชสีมานั้น ขณะนี้ รฟท. ยังคงให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ผู้รับจ้างหยุดงานก่อสร้างไปก่อน ต้องรออัยการสูงสุดตอบกลับ หลังจากที่ รฟท. ได้ขอความเห็นทางกฎหมายในประเด็นแนวทางการบอกเลิกสัญญาไป

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าสัญญา 2.3 งานระบบฯ ดำเนินการโดยฝ่ายจีน ประกอบด้วย บริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION) ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาประมาณเดือน เม.ย.2569 จะต้องมีการขยายสัญญา อีกทั้งขณะนี้ รฟท. ยังไม่ได้ออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ฉบับที่ 2 อยู่ระหว่างการหารือว่าจะขอทยอยส่งมอบพื้นที่ให้ฝ่ายจีนได้หรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด เพื่อให้ฝ่ายจีนเข้าไปทำงานติดตั้งระบบฯ ในสัญญาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จได้ก่อน ไม่ให้งานล่าช้า เวลานี้ยังไม่ได้ข้อสรุป.



