สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ ในพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งที่ 1 ประจำพุทธศักราช 2568 โดยมีวัดที่ได้รับพระราชทานจำนวน 228 วัด เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่หอประชุมพุทธมณฑล จ.นครปฐม

ในการนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้เชิญพระโอวาทสมเด็จพระสังฆราชมากล่าวในพิธี ความตอนหนึ่งว่า สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานวิสุงคามสีมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นพระราชกุศลอันยิ่งใหญ่ ในการพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่การคณะสงฆ์ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี จึงขอท่านเจ้าอาวาส ตลอดจนชาววัดทั้งหลาย ที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศนี้ ถวายอนุโมทนาและถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ราชอาณาจักรไทย สถิตสถาพรดำรงมั่นอยู่ได้ด้วยมีพระพุทธศาสนาเป็นสถาบันหลักของชาติ “วัด” จึงจัดเป็นแดนบุญ เป็นหลักชัย และเป็นหลักใจของชาวบ้านมาโดยตลอด ท่านทั้งหลายย่อมมีหน้าที่ ที่ไม่เพียงแต่บำรุงรักษาวัดให้เป็นสถานที่อันสวยงามรื่นรมย์ในเชิงกายภาพ หากแต่ต้องช่วยกันผลิตอุดมการณ์ ความนึกคิด มรดกทางภูมิปัญญา อีกทั้งเป็นมงคลสถานแห่งบุญกิริยาวัตถุ ที่ช่วยเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของสังคมไทย อย่าบริหารจัดการโดยเหลวไหล จนทำให้วัดเป็นปฏิปักษ์ต่อชุมชน และชุมชนเป็นปฏิปักษ์ต่อวัดเป็นอันขาด ศรัทธาปสาทะและความเชื่อมั่นของมหาชนทั้งหลาย จะเกิดมีต่อวัดใดๆ ได้นั้น ย่อมเป็นเพราะจริยาของท่านผู้เป็นเจ้าอาวาส พระภิกษุสามเณรในวัดนั้นๆ ตลอดจนบรรดาอุบาสกอุบาสิกา ผู้มีกุศลเจตนาต่อกิจการของวัด เพราะฉะนั้น ความสุจริต ความอดทน ความพากเพียรความรู้เท่าและรู้ทันของชาววัดต่อการบริหารงานวัด จึงเป็นคุณสมบัติสำคัญในการธำรงรักษาและเชิดชูวัด ให้มีเกียรติประวัติงดงาม ไม่มัวหมองด่างพร้อย

ทั้งนี้มส.ได้กำหนดนโยบาย มาตรการ และมีมติต่างๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้บังเกิดขึ้นแก่กิจการของวัดในสายตามหาชน ขอทุกท่านจงเร่งดำเนินการตามนโยบาย มาตรการ และมติทั้งนั้น ให้ถูกต้องและบังเกิดสัมฤทธิผลโดยเร็ว อันนับเป็นการฉลองพระราชศรัทธาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภก และสมบทบาทอาจารย์หน้าที่ของพระสงฆ์ไทยได้อย่างดีที่สุด



