สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในกรุงโดฮา เพื่อแจ้งว่า ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและผู้ช่วยทูตฝ่ายความมั่นคง รวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในภารส่วนที่เกี่ยวข้องทุกคน มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และต้องเดินทางออกนอกประเทศภายใน 24 ชั่วโมง


ความเคลื่อนไหวนี้เป็นไปเพื่อ “ตอบโต้การพุ่งเป้าโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่าน และการรุกรานที่ชัดเจนต่ออธิปไตยแห่งรัฐของกาตาร์” นอกจากนี้ กาตาร์เตือนให้อิหร่านยุติ “แนวทางที่เป็นปฏิปักษ์” พร้อมย้ำว่า หากยังดำเนินต่อไป กาตาร์จะตอบโต้ “ในลักษณะที่รับประกันการคุ้มครองอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติ”


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ภายในเขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ทางตอนเหนือของกรุงโดฮา ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจของกาตาร์ โดยกระทรวงมหาดไทยกาตาร์กล่าวว่า “เป็นผลจากการโจมตีโดยอิหร่าน”


ทั้งนี้ อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้อย่างหนักไปยังโครงงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย ต่อการที่สหรัฐและอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซของตน รวมถึง แหล่งก๊าซเซาธ์ พาร์ส ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก.

เครดิตภาพ : REUTERS