สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในกรุงโดฮา เพื่อแจ้งว่า ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและผู้ช่วยทูตฝ่ายความมั่นคง รวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในภารส่วนที่เกี่ยวข้องทุกคน มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และต้องเดินทางออกนอกประเทศภายใน 24 ชั่วโมง
Qatar Declares Iranian Embassy Military, Security Attaches "Persona Non Grata"
— Ministry of Foreign Affairs – Qatar (@MofaQatar_EN) March 18, 2026
Doha | March 18, 2026
The Ministry of Foreign Affairs delivered an official note to the Embassy of the Islamic Republic of Iran to the State, stating that Qatar considers both the military attache… pic.twitter.com/yQachiM7Pk
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นไปเพื่อ “ตอบโต้การพุ่งเป้าโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่าน และการรุกรานที่ชัดเจนต่ออธิปไตยแห่งรัฐของกาตาร์” นอกจากนี้ กาตาร์เตือนให้อิหร่านยุติ “แนวทางที่เป็นปฏิปักษ์” พร้อมย้ำว่า หากยังดำเนินต่อไป กาตาร์จะตอบโต้ “ในลักษณะที่รับประกันการคุ้มครองอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติ”
QatarEnergy’s Ras Laffan Industrial City to the north of Doha, Qatar's main site for the production of liquefied natural gas and gas-to-liquid, as well as the largest export terminal for LNG in the world, has been heavily targeted tonight by ballistic missiles fired by Iran.… pic.twitter.com/Ax9WaOjDAK
— OSINTdefender (@sentdefender) March 18, 2026
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ภายในเขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ทางตอนเหนือของกรุงโดฮา ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจของกาตาร์ โดยกระทรวงมหาดไทยกาตาร์กล่าวว่า “เป็นผลจากการโจมตีโดยอิหร่าน”
ทั้งนี้ อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้อย่างหนักไปยังโครงงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย ต่อการที่สหรัฐและอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซของตน รวมถึง แหล่งก๊าซเซาธ์ พาร์ส ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก.
เครดิตภาพ : REUTERS



