เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลเลย ได้มอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย เมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา หลังตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะ “เครื่องช่วยหายใจ” สูญหายไปจากระบบอย่างผิดปกติรวมกว่า 35 รายการ ตั้งแต่ปี 2568

จากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบหลักฐานมัดตัวผู้ก่อเหตุคือ ลูกจ้างชาย อายุ 30 ปี ของโรงพยาบาล ซึ่งอาศัยโอกาสที่ทำงานอยู่ภายใน ลักลอบนำอุปกรณ์ออกไปประกาศขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงทำการล่อซื้อเพื่อรวบรวมหลักฐานจนนำไปสู่การระบุตัวตนผู้กระทำผิด

ภายหลังจากเรื่องราวเริ่มถูกเปิดโปง ผู้ก่อเหตุพยายามทำลายหลักฐาน โดยการนำอุปกรณ์ที่เหลือไปทิ้งตามแหล่งน้ำต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดเลย วันที่ 17 มี.ค. พลเมืองดีแจ้งพบชิ้นส่วนขาเครื่องช่วยหายใจ 3 ชุด บริเวณสะพานบ้านใหม่-ฟากเลย และพบเพิ่มอีก 2 ชุด ที่สะพานบ้านขอนแดง ต.นาอาน ล่าสุดวันที่ 18 มี.ค. เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคีรีธรรมและกู้ภัยเมืองเลย สนธิกำลังลงพื้นที่สะพานน้ำฮวย บ้านขอนแก่น พบขาเครื่องช่วยหายใจถูกโยนทิ้งน้ำอีก 10 ชุด สภาพได้รับความเสียหายจากการจมน้ำทั้งหมด

ด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากการติดตามไปยังผู้ที่ลงประกาศขายบางราย อ้างว่าตนเองซื้อมาโดยสุจริตเพราะเข้าใจว่าเป็นของที่จำหน่ายออกตามสภาพ (ตีชำรุด) พร้อมระบุว่าหากโรงพยาบาลต้องการของคืน ให้นำเงินมาซื้อกลับไปเอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนนี้ต่อไป

พ.ต.ท.สำราญ ช่วยท้าว รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองเลย ระบุว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาตามกำหนดจะดำเนินการออกหมายจับทันที นอกจากนี้เตรียมเรียกเพื่อนร่วมงานในกลุ่มมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่ามีการทำเป็นขบวนการหรือมีเจ้าหน้าที่คนอื่นให้การสนับสนุนหรือไม่ เนื่องจากอุปกรณ์มีมูลค่าสูงและมีจำนวนมาก

มีรายงานว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ติดตามเครื่องช่วยหายใจกลับมาได้แล้ว 15 เครื่อง จากทั้งหมด 35 รายการ โดยส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายหนักจากการถูกแยกชิ้นส่วนและทิ้งน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพยากรส่วนรวมที่ใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย