เมื่อวันที่ 19 มี.ค.นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือแสดงความชื่นชมจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ต่อความสำเร็จของประเทศไทยในการปราบปรามการลักลอบค้าขยะผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจยึดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 13 มี.ค.69 จาก UNODC สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกลงนามโดย น.ส.เดลฟีน ชานซ์ (Delphine Schantz) ผอ.สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก  กล่าวชื่นชมบทบาทความเป็นผู้นำของตน ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก และการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ความสำเร็จในการตรวจยึดตู้คอนเทนเนอร์ขยะผิดกฎหมาย เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ทำหน้าที่รวบรวมข่าวกรองและติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม กรมศุลกากรที่เป็นด่านหน้าในการตรวจสอบและยึดของกลาง ณ ท่าเรือ และกรมควบคุมมลพิษที่สนับสนุนด้านวิชาการในการตรวจสอบสารอันตราย ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรายงานต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาบาเซล รวมถึงร่วมกันกำกับการส่งกลับขยะผิดกฎหมายไปยังประเทศต้นทาง

นายสุชาติ กล่าวว่า การลักลอบค้าขยะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นแหล่งรองรับขยะผิดกฎหมาย ทั้งนี้ UNODC ยืนยันพร้อมสนับสนุนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ WasteNet ทั้งการเสริมสร้างขีดความสามารถหน่วยงาน การพัฒนาคู่มือปฏิบัติงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการประสานความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับ ป้องกัน และตอบโต้การเคลื่อนย้ายขยะผิดกฎหมาย

นายสุชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน และสนับสนุนการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ (Bio-Circular-Green Economy: BCG) ของประเทศไทย เพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และยกระดับบทบาทผู้นำของไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคและเวทีโลกต่อไป.