นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งทาง สำนักงาน กสทช. ได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ โดยคำนึงประโยชน์ในการคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเห็นควรให้มีการกำหนดค่าบริการเหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 210 บาท โดยเป็นค่าบริการที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ซึ่งกำหนดสิทธิขั้นต่ำสำหรับบริการเสียงที่ 70 นาที และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่แบบใช้งานไม่จำกัด โดยมีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดสำหรับปริมาณข้อมูล 6 กิกะไบต์ ส่วนที่เกินกว่าปริมาณดังกล่าวให้ใช้งานได้ต่อเนื่องที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 512 กิโลบิตต่อวินาที เป็นการปรับเพิ่มเติมจากมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 20/2568 ที่กำหนดความเร็วไม่ต่ำกว่า 256 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งเป็นจำนวนความเร็วที่มากขึ้น
“ที่ประชุม กสทช. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่างประกาศฯ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำร่างประกาศฯ ดังกล่าว ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ต่อไป และให้ความเห็นชอบต่อวิธีการเชิญชวนเข้าร่วมและวิธีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ร่างกรอบระยะเวลาในการดำเนินการเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และร่างเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ดังกล่าว”
นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการให้ทุน กทปส.จำนวน 15 โครงการ วงเงินรวมกว่า 162.2 ล้านบาท อาทิ โครงการการบูรณาการระบบเครือข่าย 5จี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์เตือนภัยล่วงหน้าและการจัดการอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย ประเทศไทย ของ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย งบประมาณ 5,098,817.50 บาท และโครงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับสุขภาพอัจฉริยะของประเทศไทย ของ มหาวิทยาลัยมหิดล งบประมาณ 30,800,592 บาท โครงการฝูงบินโดรนพร้อมระบบระบุตำแหน่งและตรวจสอบโครงสร้างไฟป่าเพื่อการวางแผนควบคุมไฟป่า ของ มหาวิทยาลัยศิลปากร งบประมาณ 7,106,785.92 บาท ฯลฯ



