สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำกรุงเบรุต ออกแถลงการณ์ว่า เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง สถานการณ์ด้านความมั่นคงยังคงมีความซับซ้อน และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกระดับความรุนแรงขึ้นโดยไม่คาดคิด จึงขอให้พลเมืองสหรัฐหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเลบานอน และพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล
— U.S. Embassy Beirut (@usembassybeirut) July 18, 2026
ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำนครเยรูซาเลมออกคำเตือนในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่า ชาวอเมริกัน “ไม่ควรเดินทางไปยังฉนวนกาซา พื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล และบริเวณชายแดนอียิปต์ ยกเว้นจุดผ่านแดนทาบา” พร้อมทั้งขอให้พิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังหรือผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง
Due to high tensions in the Middle East, the security environment remains complex with the potential for unforeseen escalation. We remind Americans in the region of the continued need for caution and encourage them to monitor the news for breaking developments. Americans… pic.twitter.com/xEtmrsBW25
— U.S. Embassy Jerusalem (@usembassyjlm) July 18, 2026
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง จากการที่สหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารตอบโต้กัน แม้ก่อนหน้านี้จะมีการลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อปูทางสู่การเจรจาเป็นเวลา 60 วัน ให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนก็ตาม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



