เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สว.กลุ่มการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร แถลงข่าวว่า ตนได้เสนอปัญหา ปรึกษาหารือ ต่อที่ประชุมวุฒิสภาที่ได้มีการประชุม ถึง “ระเบียบข้อกำหนดการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ 12 ชั่วโมง” ฉบับใหม่นี้ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 มี.ค. จนนำมาซึ่งข้อถกเถียง และการออกมาเรียกร้องของพยาบาลวิชาชีพในหลายๆ แห่ง เช่น จ.เชียงราย โดยมีการกล่าวถึงประเด็นสำคัญถึงที่มาและความสำคัญของปัญหา ที่เกิดจากกรณีการเสียชีวิตของพยาบาลวิชาชีพในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานและขาดการพักผ่อน หาหลักที่เป็นรากเหง้าคือ “การขาดแคลนบุคลากรพยาบาล” อย่างหนักในระบบสาธารณสุขกับประเด็นวิพากษ์ระเบียบการทำงานใหม่

ในขณะนี้ของกลุ่มพยาบาลวิชาชีพ จากเดิม เวรเช้า (08.00-16.00) (16.00-24.00) ดึก (24.00-08.00) ยังพอบริหารจัดการเวลา ชีวิตครอบครัวได้ รับส่งโรงเรียน การเปลี่ยนรูปแบบเวรระเบียบใหม่กำหนดให้พยาบาลทำงาน 12 ชั่วโมง (เวร Day 08.00-20.00 น. และเวร Night 20.00-08.00 น. ของอีกวัน) ภาระงานของพยาบาลวิชาชีพ ในทางปฏิบัติ แม้จะกำหนดไว้ 12 ชั่วโมง แต่ในความเป็นพยาบาลต้องใช้เวลารับ-ส่งเวร เพิ่มเติม ทำให้ต้องมาก่อนเวลาและกลับหลังเวลา (รวมแล้วอาจสูงถึง 14-15 ชั่วโมงต่อกะ) ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เวลาพักผ่อนที่ลดน้อยลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และการดูแลครอบครัว โดยเฉพาะพยาบาลที่เป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” ซึ่งจะไม่สามารถบริหารจัดการเวลาดูแล

ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ ได้เสนอขอให้สภาการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ผู้ออกระเบียบนี้ได้ทบทวนระเบียบข้อกำหนดการทำงาน 12 ชม. อีกครั้งโดยให้มีความยืดหยุ่น และเสนอแนะต่อสภาการพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้มีการทบทวนและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด กับการขาดแคลนพยาบาล 1.เพิ่มค่าตอบแทน เรียกร้องให้พิจารณาค่าล่วงเวลา (OT) และค่าใบประกอบวิชาชีพให้เหมาะสมกับ ภาระงานจริงที่หนักขึ้น และความเสี่ยงในการทำงาน 2.สวัสดิการและความก้าวหน้าในวิชาชีพ ต้องปรับระบบสวัสดิการพยาบาล 3.ส่งเสริมโอกาสและความก้าวหน้าในวิชาชีพ การขึ้นสู่ตำแหน่งให้ชัดเจน 4. ระบบการทำงานที่ต้องพัฒนาปรับปรุง เช่น พัฒนารูปแบบการส่งเวร ใช้ AI นวัตกรรมมาใช้ในการทำงาน เรียนรู้ต่อยอดเรื่องการบริหารจัดการองค์การยุคใหม่ เพื่อการทำงานอย่างมืออาชีพ ซึ่งการแก้ปัญหาที่ตรงจุด จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ และมีกำลังคนเข้าสู่วิชาชีพเพิ่มขึ้น