ขึ้นแท่นเป็นเป็นเอกหนัง 300 ล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่มสุดฮอต “โจอี้ ภูวศิษฐ์” ที่หลังจากภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตอย่าง “สัปเหร่อ2” สามารถกวาดรายได้ทะลุกว่า 300 ล้านบาทแล้วนั้น ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้เดินทางมาร่วมซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ “DA ENDORPHINE UPSTAGE #แสบสนิทคอนเสิร์ต“ ที่ ชั้น 38 อาคารแกรมมี่

โจอี้ ภูวศิษฐ์ ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ด้วย โดยยอมรับว่าตื่นเต้นและคาดไม่ถึงกับผลงานหนังเรื่องแรกในชีวิตที่มีผลตอบรับดีขนาดนี้ พร้อมดีใจที่ “แบมแบม GOT7” เอ่ยปากอยากร่วมงานด้วย และแฮปปี้ที่แฟนคลับเข้าใจมีความรักไม่กระทบงานเพลง พร้อมตอบประเด็นความรักที่ยอมรับว่าเป็นคนคลั่งรัก ส่วนแพลนแต่งงานยังไม่รีบขอโฟกัสทำงานเก็บเงิน ควงแฟนเที่ยวรอบโลกก่อนมองเรื่องอนาคต

โจอี้ ภูวศิษฐ์ เผยว่า “จริง ๆ ก็ดีใจนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ทางผู้กำกับ ทางทีมงานเขาเต็มที่แล้วก็ตั้งใจมากๆ ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ 300 กว่าล้านขนาดนี้ ก็ขอบคุณทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต คือปลาบปลื้มมาก ดีใจ ภูมิใจในตัวเองด้วย ภูมิใจในทางทีมงาน มันก็ยอดเยี่ยม เพราะว่าเรื่องแรกของผมในชีวิต ตื่นเต้นจริง คือขอบคุณแฟน ๆ หนังทุกคน ตอนนี้หนังก็ฉายพี่ต้องเต (ต้องเต ธิติ) บอกว่าน่าจะเป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้ว ก็ใครที่ยังไม่ได้ไปดูก็ไปดูนะครับ ไม่คิดว่าตอนที่เราไปเล่นมันจะได้ผลตอบรับดีขนาดนี้ คือตอนที่พี่ต้องเตชวนไปเล่นเราก็อยาก ความฝันผมอยากเล่นหนังอยู่แล้ว พอสักเรื่องนึง แล้วก็เป็นคนรู้จักเป็นเพื่อนมาชวนไปเล่น เราก็เลยคิดว่า เฮ้ย อยากไป อยากไปร่วมงานชิ้นนี้กับเพื่อนมาก พี่ต้องเตชวนผมแล้ว ให้ผมไปเล่นจริงๆ นะพี่ ผมก็ดีใจที่นึกถึงผม พอไปเล่นจริงๆ แล้วมันเหมือนไม่ได้ไปถ่ายหนัง มันเหมือนไปเจอเพื่อนฝูง ทีมงานก็เป็นมิตรเป็นเพื่อนกัน ก็ช่วยดูแลกันแล้วก็เอนเตอร์เทนสนุกสนาน ทั้งพี่ๆ นักแสดงท่านอื่น ๆ ด้วย

ที่บ้านยายชอบนะครับ ยายก็ชอบ ที่บ้านเขาชอบ คือผมบอกว่าให้ชวนคนละแวกแถวบ้านไปดูเลยนะ จะจ่ายค่าตั๋ว (ปั่นยอดด้วย?) ใช่ครับ ปั่นยอดด้วย ก็ยายก็ไปดู พาเพื่อนบ้านไปดูด้วย เราก็ภูมิใจนะ เพราะเราจากเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ไม่คิดว่าจะได้อยู่ในโรงหนังที่เราขอพ่อขอแม่พาไปดูหนังในโรงหนังหน่อย ไม่ได้ลูกมันแพงนะ จนวันหนึ่งเราทำงานมีตังค์แล้วเราได้เล่นหนัง ได้ไปอยู่ในนั้น เราก็อยากแบบออกตังค์ให้ยาย ออกตังค์ให้ให้คนที่อยากไปดูที่บ้านแถวบ้านไปดูครับ มันรู้สึกภูมิใจ“

โจอี้ ภูวศิษฐ์ เผยว่า “ตอนที่ถ่ายงานกับน้องแบมแบมที่ เจอกันทีแรกเราก็เกร็งนะพี่ เกร็งว่าแบบเขาระดับโลก แล้วเราเป็นแบบภูธร หนุ่มบ้านนา เรามาอยู่ข้างกันกับแบมแบม น้องเขาก็ไนซ์มากเลยแบบเป็นกันเองมาก ทำให้เราสบายใจในการถ่ายทำ แล้วพอวันหนึ่งที่น้องอยากร่วมงานผม ถ้าวันหนึ่งได้ร่วมงานกับน้องแบมแบม สักเพลงหนึ่งที่แบบร็อคไทยๆ มีความเป็นอีสานผสมกับความอินเตอร์ มันคงจะเข้ากัน ถ้าเป็นไปได้ก็ถ้าเกิดขึ้นได้ก็ถือซะว่ามันเป็นวัฒนธรรมบวกกันที่ผสมซูเปอร์ไซย่า รวมพลังกันเข้ามาเลย คือผมตีไว้เลยว่ามันต้องเป็นเวิลด์มิวสิค ผมจะเอาพิณเข้าไป คล้ายๆ เพลงแบบให้มันเข้ากับสไตล์น้องแบมแบม คือมีความเป็นป๊อป ป๊อปกับพิณกับร็อคผสมกัน 3 อย่าง อ่ะ รวมมาเป็น พิณป๊อป ถ้าได้ร่วมงานกันก็คงจะดีมากๆ เพราะว่าผมอ่ะก็ติดตาม คือเอาง่ายๆ ที่บ้านเราก็เป็นแฟนคลับ GOT7 น้องแบมแบม ถ้าได้ร่วมงานก็มันเป็นบุญบารมีที่เราสะสมมา คงจะใช้หมดแล้ว

ส่วนเรื่องความรัก ไม่ได้คลั่งรักนะ แต่มันเป็นชีวิตประจำวันอยู่แล้ว คือทุกวันนี้ผมคืออันดับ 1 ของจักรวาล ของพหุจักรวาล ในใจของแฟนผม ถามว่าทำไมเราถึงให้คำนิยามนี้สำหรับเราเพราะผมชนะทุกอย่าง ก็เลยได้เป็นที่หนึ่งในใจของคนที่ผมรักครับ เวลาคนแซวเขินมั้ย ไม่เขินครับ เพราะว่าจริงๆ ผมอยากให้ความรักที่มันเป็นอย่างเงี้ย เขาเรียกว่ามันจะได้เป็นพลังงานที่ดี สดใส เรามีความรักเราก็แสดงความรักออกมา เรารักใครก็ต้องแสดงความรักออกมา มันเป็นสิ่งที่ดีที่จะสื่อสารออกไปให้คนเห็นไม่เห็นก็ไม่รู้ แต่ว่าเป็นอยู่ก็พยายามดูแลรักษากันให้ดี เรามีความรักแต่มันก็ไม่มีผลต่อเพลงของเราเลย ผมก็ดีใจนะที่แฟนๆ เข้าใจ เพราะว่าเราเป็นมนุษย์ เป็นวัยรุ่นมันต้องมีความรักเป็นธรรมดา ผมคิดว่าวันหนึ่งถ้าเรารักใครและจริงใจ มันจะเป็นพลังงานที่ดีที่ะให้ทุกคนได้เห็นได้รับพลังงานบวกจากเรา ส่วนเรื่องงานแต่งผมเตรียมไว้เมื่อ 40 ปีก่อน (ยิ้ม) คือไม่ได้มองไว้ แต่ว่าคืออนาคตมันเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะว่าคนรักกันมันก็ต้องมีวันที่จะต้องแต่งงานกันอะไรแบบนี้ แต่ว่าถ้าตอนนี้ผมยังไม่มองถึงตอนนั้น เพราะผมกับแฟนก็ยังคุยกันอยู่ ทำงานเก็บเงินแล้วก็ใช้ชีวิตให้สนุก ไปเที่ยว อยากไปเที่ยวไหน ไปเที่ยว ไปเที่ยวให้ครบรอบโลกก่อน ตอนนี้ได้ 2 ประเทศ ก็คือครบปุ๊บแต่งเลย ยัง ความรักชนะทุกอย่างครับ“

ขอบคุณภาพประกอบ : joeypws