วันที่ 20 มี.ค. ที่ สภ.ปากเกร็ด พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลังสั่งการเร่งขยายผลคดี จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนและไทยรวม 6 ราย พร้อมเงินสด 7 ล้านบาท ขณะกำลังถอนเงินภายในธนาคาร

พล.ต.ท.วัฒนา เปิดเผยว่า ตำรวจไม่ได้หยุดเพียงการรับแจ้งความ แต่ได้สั่งการชุดสืบสวนแกะรอยเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หลังพบพฤติการณ์เป็นขบวนการข้ามชาติ มีการใช้บัญชีม้าและ e-Wallet โอนเงินหลายทอดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจนนำไปสู่การออกหมายจับและวางแผนเข้าจับกุม พร้อมกันหลายจุด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะตระเวนถอนเงินสดตามธนาคาร ก่อนนำไปส่งต่อหัวหน้าขบวนการ

กระทั่งวันที่ 16 มีนาคม 2569 เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย หนึ่งในนั้นถูกจับขณะถอนเงินสดภายในห้างดัง พร้อมของกลางเงินสด 10,000,000 บาท จากนั้นขยายผลรวบผู้ร่วมขบวนการชาวไทยเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 6 ราย จากการตรวจค้นบ้านพักและจุดเกี่ยวข้องรวม 3 จุด พบใช้เป็นฐานกระจายเงินและพักอาศัยของเครือข่าย สามารถตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก ได้แก่ เงินสดรวมกว่า 10.8 ล้านบาท รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เครื่องประดับจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท

คดีนี้สืบเนื่องจากจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้คุ้มครองบัญชีก่อนหลอกให้โอนเงิน สูญเงินกว่า 7 แสนบาท ตรวจสอบพบมีผู้เสียหายเชื่อมโยงอีกกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2 ล้านบาท เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดร้ายแรงหลายข้อหา ทั้งร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ก่อนจะคุมตัวดำเนินคดี และเร่งขยายผลติดตามหัวหน้าขบวนการที่ยังหลบหนี