คำถามที่ยังคาใจประชาชนหลายๆ คน ทำไมรัฐบาลบอก “น้ำมันมีเพียงพอ” แต่ภาพความเป็นจริง กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลออกมาพูด พูด พูด อยู่ทุกวัน ภาพป้ายน้ำมันหมดติดที่หัวจ่าย ยังเต็มหน้าโซเชียล ภาพรถกู้ภัย ภาพวัดไม่มีน้ำมันเผาศพ ภาพคนหาเช้ากินค่ำขายของต้องจอดรถทิ้ง เพราะไม่มีน้ำมันเติม มันตอกย้ำความรู้สุกของประชาชน
วันก่อน “รัฐบาล” ออกมาประกาศขึงขัง จะเรียกโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันมาจับ “แก้ผ้า” ใครตุนน้ำมัน น้ำมันอยู่ที่ไหนกันแน่!! สุดท้ายจบที่ว่า ยังไม่พบการตุนน้ำมัน ยิ่งสร้างความคาใจ ให้สังคม สรุปแล้ว “น้ำมันหายไปไหนกันแน่”
คำถามที่สังคมคาใจ กับคำตอบที่ยังไม่เคลียร์ในความรู้สึกของประชาชน เรื่องนี้ไม่ใช่ว่า กระทรวงพลังงาน จะนิ่ง หรือไม่คาใจ โดย “ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ” ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า เรื่องนี้กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างเจาะลึกตรวจสอบเส้นทางน้ำมันอยู่ที่ไหนกันแน่ ตอนนี้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง กลั่นแล้วกว่า 109% ซึ่งโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. มีสัดส่วนกว่า 60% ขณะที่กลุ่มบางจาก ก็เดินเครื่องเต็มที่เพิ่มแล้ว
ตอนนี้ทุกโรงกลั่นเดินเครื่องเต็มที่ ถ้าในภาวะปกติ ใช้น้ำมันดีเซล เฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตร กำลังการกลั่นของเราอยู่ที่ประมาณ 72-75 ล้านลิตร จนถึงขณะนี้สูงถึง 77 ล้านลิตร ถ้าช่วงเหตุการณ์ปกติกำลังกลั่นวันละ 67 ล้านลิตร เหลือเฝือสบายมาก
ยอดใช้พุ่ง 84-100 ล้านลิตร
แต่ช่วงนี้ เป็นที่น่าสังเกตปริมาณการใช้สูงถึง 84 ล้านลิตร บางวันสูงถึง 100 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นวันละกว่า 20-30 ล้านลิตร ถามว่า ทำไมคนมาเติมเยอะ เข้าใจว่า ผู้บริโภคแพนิค กังวลน้ำมันจะหมด เลยสำรองกัน มีถังอะไรก็มาเติมกัน ซึ่งก็ไม่น่ามีปริมาณมาก เพราะความสามารถในการเก็บของชาวบ้านมีจำกัด หรืออาจจะเป็นผู้ประกอบการทั้งที่เป็นผู้ขาย หรือภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง ที่กลัวว่า ไม่มีน้ำมัน ก็จะสำรองไว้ ตอนนี้กระทรวงพลังงาน พลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมปูพรมกันตรวจสอบใครเป็นผู้กักตุน เราไม่เคยหยุดตรวจสอบ
“ตอนนี้ทุกหน่วยงานตระเวนหาน้ำมันอยู่ที่ไหนวันละ 84 ล้านลิตร กำลังตามหาว่า มันหายไปไหนกันแน่ เพราะยังไงก็ไม่มีทางใช้หมด เพราะมีรถอยู่เท่านี้ ปริมาณการใช้เท่านี้ เดินทางแบบนี้ ไม่มีทางพุ่งมากไปถึง 84 ล้านลิตร บางวันพุ่งไปถึง 100 ล้านลิตร ถึงจะกักตุน ก็มีแท็งก์ระดับหนึ่ง กักตุนไปได้สักพักก็ต้องเต็ม เพราะน้ำมันไม่ใช่จะเก็บที่ไหนก็ได้ เรากำลังมองว่า ปริมาณที่เพิ่มขึ้นมา”
น้ำมันเถื่อนถูกกว่าในประเทศหวั่นเข้าใช้
หรือส่วนที่เกินมาเยอะๆ เรากำลังดูอยู่ว่า เป็นกลุ่มน้ำมันเถื่อนหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้น้ำมันเถื่อนถูก อย่างมาเลเซีย ก่อนหน้านี้ถูกกว่าบ้านเราส่วนต่างลิตรละ 10 บาท มาเลเซีย ลิตรละ 20 กว่าบาท ไทยลิตรละ 30 บาท ขายก็กำไรลิตรละ 10 บาทแล้ว เราพยายามตรวจจับ ตอนนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุ้มอุดหนุนลิตรละ 20 บาท เลยทำให้น้ำมันไทยถูกกว่าน้ำมันเถื่อนแล้ว เลยต้องไปดูว่า ยอดใช้ที่เพิ่มมาวันละ 20-30 ล้านลิตร เพราะมองว่า ไม่ใช่แค่กักตุนธรรมดาแล้ว มันเลยทำให้ตลาดเกิดความเพี้ยนขึ้น
ความเพี้ยนที่สอง น้ำมันมี 2 ตลาด ตลาดค้าปลีก ที่พวกเราเติม อีกกลุ่มจ๊อบเบอร์ หรือกลุ่มค้าส่ง ซึ่งนำน้ำมันมาจาก 2 ส่วน คือ กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 หรือกลุ่มผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่ เช่น โออาร์ บางจาก และอีกส่วนซื้อตรงจากกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งจ๊อบเบอร์ จะนำไปขายปั๊มหลอด ขายกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งตอนนี้จ๊อบเบอร์หาของไม่ได้ หาได้ก็ซื้อแพง ทำให้ตลาดของจ๊อบเบอร์ซึ่งเคยได้ราคาพอๆ กับหน้าปั๊ม อาจบวกนิดหน่อย แต่ก็มีคนมาส่งให้ถึงโรงงาน พวกกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมก็จะใช้ มีคนมาส่งให้วันละหมื่นลิตร ไม่ต้องตระเวนซื้อ จ๊อบเบอร์ จะมีกำไรลิตรละประมาณ 20-30 สตางค์ แต่พอจ๊อบเบอร์ไม่มีของ แต่อุตฯ ก็ยังต้องใช้น้ำมัน จึงต้องมาซื้อหน้าปั๊มแทน ทำให้ต้องมาแย่งซื้อที่หน้าปั๊มแทน
อย่างไรก็ตามยังมีการออกประกาศกระทรวงพลังงานมาตรา 8 การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงปี 43 เป็นมาตรการบริหารจัดการและควบคุมราคาน้ำมัน โดยได้ดำเนินการยกร่างประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง การแสดงราคาและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือหน้าโรงกลั่นน้ำมัน และหน้าคลังน้ำมัน พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 แต่ละราย แสดงราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไว้ที่หน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง
พร้อมทั้งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 รายงานข้อมูลราคาจำหน่าย และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลาเที่ยงตรง ไม่เว้นวันหยุดราชการ คาดการณ์ว่าประกาศดังกล่าว จะลงราชกิจจานุเบกษาวันนี้ (20 มี.ค.) นอกจากนี้เตรียมผ่อนผันให้ผู้ค้าน้ำมัน จากเดิมต้องมีสำรอง 25 วัน แต่จะผ่อนผันออกไป กำลังดูตัวเลขอยู่ว่า จะผ่อนผันอย่างไร เพื่อให้นำน้ำมันในส่วนนั้นออกมาใช้ได้ และจะพยายามจับน้ำมันเถื่อนด้วย
“ต่อไปเราจะต้องให้โรงกลั่นรายงาน จะไปขายใคร ต้องรายงาน โรงกลั่นบอก มีน้ำมัน ปั๊มน้ำมัน จ๊อบเบอร์ บอกไม่ได้รับน้ำมัน ไม่รู้น้ำมันไปไหน ตอนนี้ต้องรายงานเลยว่า ขายใคร น้ำมันไปไหน ขอให้ขายเฉลี่ยเท่าปีที่แล้ว ไม่ใช่ว่า ปีที่แล้วไม่ได้ซื้อ ปีนี้จะมาซื้อ จะหาของไม่ได้ ซึ่งตรงจุดนี้ จะดูได้ว่า กลุ่มคนนี้ เป็นผู้ซื้อน้ำมันเถื่อนมาก่อนหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฝูงเรืออยู่หลายลำ แต่ซื้อน้ำมันแค่ 100 ลิตร ไม่มีทางพออยู่แล้ว ไม่ใช่จู่ๆ มาขอซื้อหลายพันลิตร แปลว่า ที่ผ่านมาคนซื้อน้ำมันมาจากไหน แสดงว่า ที่หาไม่ได้ ใช้น้ำมันเถื่อนใช้หรือไม่ ให้ทางผู้ค้าจัดสรรน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ ตามโควตาที่เคยได้”
ทั้งนี้ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้า และรายชื่อลูกค้าซึ่งซื้อเกินรายละ 3,000 ลิตรต่อครั้ง และโรงกลั่นน้ำมัน ต้องรายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ชายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. รายงานต่ออธิบดีทุกวัน เชื่อว่าจะทำให้การกระจายน้ำมันจากโรงกลั่น และผู้ค้ามาตรการ 7 มีความโปร่งใส จะได้เห็นกันชัดๆ ว่า น้ำมันไปไหน!



