เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการตั้ง ครม. “อนุทิน 2” ภายหลังจากโปรดเกล้าฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี แล้ว เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ในช่วงบ่าย วันที่ 20 มี.ค. ทางแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้รวบรวมรายชื่อรัฐมนตรีของทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ตรวจสอบคุณสมบัติ กับ 8 หน่วยงานหลักแล้ว
พรรคเพื่อไทย ได้ส่งรัฐมนตรี 8 คน โดยสัดส่วน รมว. 5 คน ประกอบด้วย 1.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 2.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 3.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน 4.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ 5.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
โดยนายประเสริฐ และ น.ส.สุดาวรรณ ต้องรอลุ้นการเช็กประวัติอย่างเข้มข้น แต่หากเป็นไปในทางลบ พรรคเพื่อไทยก็ต้องส่งรายชื่อใหม่เข้ามาเพิ่มเติม
สัดส่วน รมช. 3 คน ตัวแทนจาก ภาคเหนือ อีสาน และกลาง ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี
อย่างไรก็ตามภายหลังการรับสนองโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 69 มีรายงานข่าวภายในพรรคภูมิใจไทยว่า ได้แจ้งบุคคลที่คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรี นำเอกสารไปกรอกประวัติ ก่อนที่จะนำมายื่นในวันที่ 23 มี.ค. 2569 นี้
มีรายงานข่าวว่า ในขณะที่โผรายชื่อ ครม. ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้ส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเช่นกัน ซึ่งรายชื่อส่วนใหญ่เป็นไปตามโผที่ปรากฏออกมาตามหน้าสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ และยังมีบางตำแหน่ง ที่อาจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม
ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง ขณะนี้ไม่มีข้อสรุปและมีความชัดเจน ว่าจะได้ตำแหน่งใดๆ หรือไม่
โดยคาดว่ารายชื่อ ครม. “อนุทิน 2” จะเคาะเสร็จสมบูรณ์ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้
สำหรับ 8 ด่านโหดที่เป็นหน่วยงานหลัก ตรวจประวัติรัฐมนตรี ได้แก่
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะตรวจสอบประวัติอาชญากรรม คดีความ และประวัติการต้องโทษคุก
- สำนักงานศาลยุติธรรม จะตรวจสอบข้อมูลการถูกฟ้องร้อง คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา หรือคำพิพากษาของศาล
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตรวจสอบประวัติการถูกชี้มูลความผิดเรื่องการทุจริต การร่ำรวยผิดปกติ หรือการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
- สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะตรวจสอบว่าเคยมีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามทางการเมืองหรือไม่
- กรมบังคับคดี ซึ่งจะตรวจสอบสถานะการเป็นบุคคลล้มละลาย
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตรวจสอบคุณสมบัติเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) จะตรวจสอบการถือครองหุ้นในบริษัทต้องห้ามตามกฎหมาย (เช่น ธุรกิจสัมปทานรัฐ หรือสื่อมวลชน)
- สำนักงานอัยการสูงสุด จะเช็กสถานะสั่งฟ้องคดีอาญา.



