นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานและปัจจัยการผลิตสินค้าผันผวน กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และปริมาณสินค้า ซึ่งในช่วงวันที่ 1–20 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมได้ตรวจสอบสถานการณ์สินค้า 2,321 กรณี  

แบ่งเป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ 2,021 กรณี ครอบคลุมสถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 433 แห่ง และตลาดค้าส่ง 326 แห่ง จากการตรวจสอบในระดับจังหวัดพบการกระทำผิดกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า 10 ราย และได้ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบตามคำร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 มีคำร้องรวม 300 กรณี แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 53 คำร้อง และต่างจังหวัด 247 คำร้อง ตรวจสอบแล้วเสร็จ 99 คำร้อง พบการกระทำผิดรวม 15 ราย ฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า 12 ราย ในพื้นที่เขตบางซื่อ ลาดพร้าว วัฒนา พญาไท บางกอกน้อย คลองเตย สวนหลวง ประเวศ และบางบอน นอกจากนี้ยังพบกรณีจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดงอีก 3 ราย ในพื้นที่คลองเตย ยานนาวา และบางขุนเทียน ซึ่งได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายทั้งหมดแล้ว ขณะที่ยังมีคำร้องเรียนกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรอีก 25 คำร้อง อยู่ระหว่างการเรียกเอกสารวิเคราะห์ต้นทุน หากพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นางสาวญาณี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับภาคเอกชน เปิดช่องทางให้ประชาชนชี้เป้าร้านค้าราคาประหยัด บูรณาการกับสมาคมตลาดสดและตลาดกลางทั่วประเทศ รวมถึงขยายจุดจำหน่ายสินค้าจำเป็นผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดให้ครอบคลุมทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน ควบคู่กับโครงการธงเขียวราคาประหยัดเพื่อดูแลราคาปุ๋ยเคมีให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ในช่วงฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึง