กรณี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยว่า สั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง และพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังจาก ปคบ.ได้รับร้องเรียนว่าปั๊มน้ำมันในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ขายน้ำมันในราคาสูงผิดปกติ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ปคบ.ส่งตัวอย่างน้ำมันคลังเถื่อนอ่างทอง ตรวจที่มาสต๊อก 3 แสนลิตร จับพิรุธโก่งราคาฟันกำไร
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และพลังงานจังหวัด เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อ่างทอง ว่า ตั้งแต่วันเข้าตรวจค้นจนถึงขณะนี้ยังไม่พบใบกำกับการขนส่งน้ำมันของทางคลังนำมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกผู้ประกอบการคลังน้ำมันดังกล่าว ให้นำใบกำกับการขนส่งมาแสดง และตรวจสอบที่มาของน้ำมันว่าเป็นของแหล่งใด และอยู่ในลอตใด หากไม่สามารถนำมาแสดงได้ อาจเข้าข่ายความผิดตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงส่งตรวจสอบคุณภาพ ว่าตรงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากผลตรวจพบว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม พร้อมขยายผลสืบสวนหาที่มาอย่างละเอียด ส่วนประเด็นความผิดอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ บก.ปคบ. เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายกักตุนสินค้า หรือค้ากำไรเกินควรหรือไม่ต่อไป
“สำหรับประเด็นการลักลอบนำน้ำมันออกจากระบบ หรือขบวนการน้ำมันเถื่อนนั้น เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ แต่เจ้าหน้าที่มีฐานข้อมูลเดิมจากตำรวจทางหลวงและตำรวจน้ำ จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกควบคู่กันไป หากพบความผิดไม่ว่าจะเป็นกรณีปัจจุบันหรือย้อนหลัง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย” รอง ผบช.ก. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหมายเรียกที่ออกไปเป็นเพียงการเชิญตัวมาให้ปากคำ ยังไม่ใช่การแจ้งข้อกล่าวหา และยังไม่มีการดำเนินคดีใด



