นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า  สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมไทย ราคาเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนก.ค.และลดลงมากที่สุดในช่วงเดือนต.ค.68 อันเป็นผลจากฤดูหนาวของจีนที่ทำให้ความต้องการเครื่องดื่มเย็นลดลง ประกอบกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเกือบ 50% จนตลาดเกิดภาวะล้น ส่งผลให้ราคาหน้าสวนล่าสุด ณ วันที่ 12 มี.ค.69 ดิ่งลงเหลือเพียง 4–5 บาทต่อลูกเท่านั้น

โดย กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วงเดือนเม.ย.ที่จะถึงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นจะช่วยหนุนความต้องการบริโภคให้กลับมาเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตจะเริ่มลดลงตามฤดูกาล

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น จำเป็นต้องดำเนินการพร้อมกันใน 3 ด้าน

1.ภาคการเกษตร จะเน้นจำกัดและดูแลการขยายพื้นที่ปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิต ทั้งพันธุ์พืช ปุ๋ย และยา รวมถึงส่งเสริมการจัดการสวนและยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐาน 

2. ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม จะเร่งปราบปรามสินค้าเลียนแบบและการปลอมแปลง ตลอดจนตรวจสอบและจัดการธุรกิจที่ใช้ชื่อนอมินี พร้อมสร้างมาตรฐานมะพร้าวน้ำหอมไทยและสนับสนุนการแปรรูปให้มีมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากมะพร้าวทุกส่วน ทั้งน้ำ เนื้อ เปลือก และกะลา อีกด้วย

3. ภาคการตลาดนั้น จะมุ่งรักษาตลาดส่งออกเดิมควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ พร้อมหาตลาดรองรับผลผลิตเกรดรองที่ไม่ผ่านมาตรฐานส่งออก และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้น

นายพูนพงษ์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังอยู่ระหว่างพัฒนากลไกรับซื้อที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยให้ชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่ภาครัฐจะสนับสนุนการกำกับดูแลมาตรฐานคุณภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร ไม่ให้เกิดการกดราคา

“กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า วิกฤติมะพร้าวน้ำหอมครั้งนี้เป็นผลจากปัจจัยที่เชื่อมโยงกันหลายด้าน ทั้งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณภาพที่ลดลง โครงสร้างตลาดที่เกษตรกรเสียเปรียบ และการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงไม่กี่ประเทศ การแก้ไขจึงต้องใช้เวลาและดำเนินการอย่างบูรณาการทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยในระยะยาว”