เมื่อวันที่ 24 มี.ค. เวลา 11.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล  ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียด โดยมีการตอบโต้กันของคู่ขัดแย้งหลัก และมีการโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (จีซีซี) ซึ่งส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกั้นได้ และเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 มี.ค. 2569 ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศผ่านทางสื่อโซเชียลว่า สหรัฐและอิหร่านได้เจรจาซึ่งได้ผลไปในทางที่ดีเกี่ยวกับการยุติการเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในตะวันออกกลาง โดยฝ่ายสหรัฐสั่งการให้ชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 5 วัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวปฏิเสธการหารือดังกล่าว และยังมีการโจมตีกันในภูมิภาคหลังจากนั้น ซึ่งทำให้เรายังต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางนั้น นายปาณิดล กล่าวว่า  กรณีที่ประเทศอิสราเอล จากการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสายการบินแอลอัล (El Al) ของอิสราเอล เพื่อดำเนินการส่งร่างแรงงานไทย 1 ราย ที่เสียชีวิตจากเหตุสะเก็ดระเบิดนั้น ขณะนี้ทราบว่าร่างของผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวจะถูกส่งถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. 2569  ส่วนในอิหร่านและตุรกีนั้น กรณีที่ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี รวมถึง กรมการกงสุล ประสานการอพยพแรงงานไทยที่ทำงานในฟาร์มกุ้ง 4 คน ออกจากเมืองบันดาร์อับบาส ประเทศอิหร่าน ขณะนี้ทั้ง 4 คนได้เดินทางข้ามแดนไปยังตุรกีโดยสวัสดิภาพแล้ว และจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 25 มี.ค.นี้ อีกทั้งจะมีนักศึกษาไทย 7 คน และแรงงานไทยในฟาร์มกุ้งอีก 1 คน รวมทั้งสิ้น 8 คน จะเดินทางทางบกออกจากประเทศอิหร่านไปยังตุรกีในวันที่ 25 มี.ค.ด้วย

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ตามที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ และฝ่ายไทย ได้ขอความร่วมมือกับประเทศต่างๆ และหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์ของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น ล่าสุดมีเรือพาณิชย์ของไทยบางส่วนสามารถเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ จะยังให้ความสำคัญกับเรื่องการเดินเรือพาณิชย์อย่างปลอดภัยต่อไป นอกจากนี้ รมว.การต่างประเทศยังได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย โดยขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลางสามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้แสดงจุดยืนร่วมกันที่หวังจะเห็นสถานการณ์ความขัดแย้งสิ้นสุดโดยเร็วด้วยการดำเนินการทางการทูตและการเคารพกฎบัตรสหประชาชาติ

รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากประเทศในภูมิภาคดังกล่าวกลับสู่ประเทศไทยหรือเดินทางออกไปยังประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,483 คน ทั้งนี้ขอย้ำว่ารัฐบาลไทย ยึดมั่นการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ได้ออกจากพื้นที่อันตราย ในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย