พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กพท. ได้ประสานความร่วมมือกับ 6 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ในการเพิ่มจำนวนที่นั่งในเส้นทางที่มีความต้องการสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางให้กับประชาชน รวมทั้งให้การเดินทางเป็นไปอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม โดยสายการบินทั้ง 6 สาย ได้ปรับลดราคาบัตรโดยสารลง 15–30% ใน 11 เส้นทางบิน (ไป–กลับ) ได้แก่ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่, กรุงเทพฯ–ภูเก็ต, กรุงเทพฯ–หาดใหญ่, กรุงเทพฯ–สมุย, กรุงเทพฯ–นครศรีธรรมราช, กรุงเทพฯ–สุราษฎร์ธานี, กรุงเทพฯ–กระบี่, กรุงเทพฯ–ตรัง, กรุงเทพฯ–นราธิวาส, กรุงเทพฯ-เชียงราย และกรุงเทพฯ–ขอนแก่น รวม 191 เที่ยวบิน คิดเป็น 29,685 ที่นั่ง

พลอากาศเอก มนัท กล่าวอีกว่า บางกอกแอร์เวย์ส ได้เพิ่มเที่ยวบินพิเศษในเส้นทางสมุย 24 เที่ยวบิน ส่งผลให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นอีก 1,680 ที่นั่ง ขณะที่การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนแบบอากาศยานในบางเที่ยวบินเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง ได้แก่ Airbus A330-300 และ Boeing 787-8 ส่งผลให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นอีก 1,428 ที่นั่ง รองรับความต้องการเดินทางในช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบราคาบัตรโดยสารของ กพท. ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า บัตรโดยสารในระดับราคาต่ำถูกจำหน่ายไปเกือบทั้งหมดจากความต้องการเดินทาง (Demand) ที่สูง ขณะที่หลังช่วงเทศกาลในปลายเดือน เม.ย.2569 ราคามีแนวโน้มปรับลดลงตามความต้องการที่ลดลง ทั้งนี้มาตรการที่ดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก เพียงพอ และปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญ
พลอากาศเอก มนัท กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อจำกัดด้านการบิน และการเชื่อมต่อเที่ยวบินในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต้องเปลี่ยนเครื่องในภูมิภาคดังกล่าว จากการติดตามข้อมูลล่าสุด พบว่า ภาพรวมเที่ยวบินระหว่างประเทศไทย และยุโรปที่เป็นเที่ยวบินตรงยังคงให้บริการได้ตามปกติ โดยสายการบินได้ปรับใช้เส้นทางบินสำรอง อย่างไรก็ตามผู้โดยสารที่เดิมใช้เส้นทางต่อเครื่องในตะวันออกกลางได้เปลี่ยนมาใช้เที่ยวบินตรงมากขึ้น ส่งผลให้บัตรโดยสารในเส้นทางดังกล่าวคงเหลือในกลุ่มราคาสูง ขณะเดียวกันผู้โดยสารสามารถพิจารณาใช้เส้นทางต่อเครื่องผ่านประเทศอื่น หรือพิจารณาเดินทางผ่านจุดเชื่อมต่ออื่น อาทิ ประเทศจีน ซึ่งอาจมีค่าโดยสารที่เหมาะสมกว่า แต่ใช้ระยะเวลาเดินทางเพิ่มขึ้น

ส่วนสายการบินตะวันออกกลาง แม้จะเริ่มกลับมาให้บริการบางเที่ยวบินแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดในหลายเส้นทาง กพท. แนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางผ่านภูมิภาคดังกล่าว ติดตามสถานะเที่ยวบิน และเงื่อนไขการเดินทางกับสายการบินอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสายการบินมีความผันผวน และปรับตัวสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. 2569 แต่มาตรการลดราคาบัตรโดยสารในช่วงเทศกาลยังคงดำเนินการได้ตามแผน
ทั้งนี้ กพท. จะติดตาม และตรวจสอบราคาบัตรโดยสาร และประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุน และแนวโน้มราคาค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารวางแผนการเดินทาง และสำรองบัตรโดยสารล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเลือกซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม หากผู้โดยสารพบปัญหา หรือไม่ได้รับการดูแลตามสิทธิ สามารถร้องเรียนได้ที่ complaint.caat.or.th



