เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องสำคัญ คือการจัดทำร่างระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ โดยมีพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน  

รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี คณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมโดยปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการประกันสังคมเห็นว่าให้มีการใช้ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดฉบับเก่าไปก่อน เนื่องจากปัจจุบันเป็นบอร์ดรักษาการมาได้ 1 เดือน หากจะต้องใช้ระเบียบการเลือกตั้งใหม่จะเป็นการกินเวลาและทำให้บอร์ดต้องรักษาการยาวนานมากกว่า 6 เดือน ตอนนี้ไทม์ไลน์คร่าวๆ ตามที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมคือคาดหมายว่าจะสามารถเลือกตั้งได้ ภายในเดือน ก.ค. 2569 สำหรับระเบียบการเลือกตั้งที่จะส่งให้กับรมว.แรงงานลงนามนั้น จะมีทั้งหมด 4 ร่าง โดย 3 ฉบับเป็นร่างตัวใหม่ และ 1 ฉบับเป็นร่างตัวเดิม และเป็นไปตามผลการรับฟังความเห็นของประชาชนกว่า 95% ที่ต้องการให้ใช้ระเบียบชุดเดิม  

“ผมขอส่งสัญญาณถึงว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ หรือแม้กระทั่งคุณตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตอนนี้เรารักษาการมาแล้ว 1 เดือน เพราะฉะนั้นการใช้ร่างระเบียบเก่าจะทำให้การดำเนินการการเลือกตั้ง เกิดขึ้นได้โดยเร็ว มีประสิทธิภาพ ทำให้การบริหารสำนักงานประกันสังคม สามารถทำได้เต็มที่” รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าว

รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการกำหนดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในเดือน ก.ค. 2569 นั้นนานเกินไป เพราะระยะเวลาของบอร์ดมีอายุ 2 ปี แต่ถ้าบอร์ดรักษาการนานถึง 6 เดือน ก็ปาเข้าไป 25% ของอายุบอร์ด ดังนั้นเราจึงยืนยันเสมอว่าหากสามารถจัดการเลือกตั้งได้เร็วขึ้นราวๆ พ.ค. หรือ มิ.ย. น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง ทั้งนี้จากนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับปลายปากกาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นคนเดิม หรือคนใหม่ที่มีรายงานว่ามาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเจตจำนงของพรรคเพื่อไทยที่ได้มีการหาเสียงกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมคือการปฏิรูปและจัดการเลือกตั้งประกันสังคม 1 คนเลือก 7 คนตามร่างระเบียบเก่าที่มีมา นี่คือสิ่งที่ปรากฏในดิจิทัลฟุตพรินต์ ที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงเอาไว้

เมื่อถามว่ากรณีมีบอร์ดรักษาการที่ยาวนานเกินไปเช่นนี้จะส่งผลดีผลเสียอย่างไร รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า มีผลเสียแน่นอนเพราะวันนี้มีวาระที่เราหารือร่วมกันว่ามีหลายกรอบงบประมาณที่มีมูลค่าสูง 60 ล้านบาท ร้อยล้านบาท เราในฐานะบอร์ดรักษาการก็ไม่มีความสบายใจที่จะพิจารณางบประมาณที่มีการผูกพันสูงขนาดนั้น นอกจากนั้นเรื่องสิทธิประโยชน์ก็จะล่าช้าเช่นกัน เพราะการผลักกันเรื่องนี้ควรเป็นบอร์ดที่มีอำนาจเต็มเพราะเป็นเรื่องที่ผูกพันงบประมาณหลักพันล้านบาทที่จะจ่ายตรงให้กับผู้ประกันตน ดังนั้นการรักษาการที่ยาวนานจะสร้างปัญหาตรงนี้

เมื่อถามว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไรบ้าง รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ก็ตั้งใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งส่วนตัวและของประเทศนี้ของผู้ประกันตน เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาคือการที่เราดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง จึงคาดหวังว่า 2 ปีต่อจากนี้ หากเรามีโอกาสกลับเข้ามาอีกก็คงจะเป็น 2 ปีและเป็นสมัยสุดท้ายของตนเอง จะไม่มีการเว้นวรรคแล้วกลับมาเกี่ยวพันกับบอร์ดประกันสังคมอีก ถึงแม้ตามกฎหมายจะอยู่ได้ 2 สมัยเว้นวรรคได้แล้วกลับเข้ามาได้อีก ย้ำว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะไม่ฝังรากตัวเองอยู่ในประกันสังคม เราจะส่งไม้ต่อให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลง ทำการแก้ไขทำการปฏิรูป ไม่มีการผูกขาด จะไม่อยู่กัน 10 ปี 20 ปี ไม่อยู่กันถึงปี 2600 ทั้งนี้สิ่งที่สมัยหน้าถ้าเราได้เข้ามาแล้วคิดจะผลักดันก็คือสิทธิประโยชน์ขนาดใหญ่ เงินเด็ก การปฏิรูปเงินบำนาญ การเพิ่มบำนาญตามอัตราเงินเฟ้อ การขยายสิทธิค่าการศึกษาของบุตรและครอบครัวหรือการเพิ่มเงินกรณีว่างงานที่จำเป็นจะต้องดูแลบุคคลในครอบครัว จะพิจารณาทวีคูณ เป็นต้น ทั้งนี้คาดว่าผู้มีสิทธิน่าจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้มากกว่าล้านคน.