หากมีชื่อใดไม่ผ่านคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองนั้น ที่จะส่งคนมาเปลี่ยนตัว ซึ่งแต่ละพรรคมีรายชื่อสำรองไว้แล้ว
โดยรายชื่อ ครม. “อนุทิน 2 ”ดังนี้ 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 5. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง 6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ 7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ 9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี10. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 13. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา15. น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์17. นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์18. น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์19. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม 20. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม
21. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม 22. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 23. น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 24. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 25. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน 26. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย 27. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย 28. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย 29. พล.ต.ต. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม 30. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน 31. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 32. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ 33. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ 34. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข 35. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม
ซึ่งคาดว่า ครม. ชุดใหม่ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทันทีที่คุณสมบัติผ่าน จากนั้นราวต้นเดือน เม.ย. จะมีการประชุม ครม.นัดแรก ตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่างนโยบายรัฐบาล โดยตั้งเป้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงวันที่ 7-9 เม.ย.69 ก่อนเทศกาลสงกรานต์
ในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล เรื่องที่ฝ่ายค้านง้างเตรียมไว้แล้ว คือ “คุณสมบัติ” โดยเฉพาะเมื่อ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยืนยันว่า เคร่งครัดการคัดเลือกคน โดยเอาความเห็นศาลรัฐธรรมนูญ ที่ “ไม่กระทำตัวขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังไว้” และ “รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน” มาประกอบ ทำให้ฝ่ายค้านจ้องเล่นงานทันที ซึ่งก็มีโอกาสดิสเครดิตในเรื่องที่อารมณ์ยังค้างอยู่จากวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
ตัว “เสี่ยหนู”เองจะโดนอภิปรายหนักเรื่องคุณสมบัติ โดยยกเรื่องการดำเนินการเรื่องเขากระโดงล่าช้าในสมัยเป็น รมว.มหาดไทย เรื่องที่มีข่าวว่า เป็นหนึ่งในรายชื่อที่จะถูกเอาผิดในคดีฮั้ว สว. ซึ่งปัจจุบัน กกต.ยังไม่ยอมชี้แจงว่า ได้จำหน่ายชื่อ “ผู้เกี่ยวข้อง 229 คน”ออกไปแล้วหรือไม่ และถูกอภิปรายเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายฟ้าผ่า หลัง “มท.อ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รมว.มหาดไทย หลุดจากตำแหน่ง เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่
ส่วนเรื่องที่ไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล “อนุทิน 2“ในขณะนี้ อันดับ 1 คือ น้ำมันขาดแคลน สินค้าขึ้นราคา แม้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า ในฐานะที่ไทยต้องนำเข้าน้ำมัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ประทะในตะวันออกกลาง ก็ส่งผลต่อไทย แต่สิ่งที่จะถูกฝ่ายค้านตีกระทบคือ “ความสามารถในการบริหารจัดการความเชื่อมั่น” ทำไมประชาชนถึงเชื่อมั่นรัฐบาลไม่ได้ หรือสื่อสารผิดแต่ต้นว่า เหลือน้ำมันใช้อีกกี่วันๆ ทำให้เกิดความตระหนก
และทำไมต้องใช้ “โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ดูแลเรื่องน้ำมัน มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ? เพราะ “บิ๊กภูมิใจไทย” คนนี้เป็นเจ้าของปั๊มพีที ซึ่งเป็นด่านร้อนๆ ที่ รัฐบาล “อนุทิน 2 ” ต้องฝ่า เป็น ด่านแรก.



