เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันนี้ บรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งใกล้ตัวเมืองกำแพงเพชร เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมาก ทั้งผู้ขับขี่รถยนต์ รถบรรทุก รถกระบะ และกลุ่มเกษตรกรที่พากันเดินทางมาเข้าคิวรอเติมน้ำมันดีเซลอย่างเนืองแน่น

สาเหตุสำคัญมาจากกระแสข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 6 บาท ทำให้ประชาชนบางส่วนที่ทราบข่าวรีบมาเติมน้ำมันล่วงหน้า ขณะที่บางรายไม่ทราบมาก่อน เมื่อมาถึงและพบราคาที่เพิ่มขึ้น ต้องหันไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนบ้านที่มาด้วยกัน หรือเดินไปกดเงินสดเพิ่มเติมภายในสถานีบริการ เนื่องจากเตรียมเงินมาเพียงพอตามปกติในแต่ละวัน

สำหรับการให้บริการในวันนี้ ทางสถานีบริการน้ำมันได้กำหนดโควตาจำหน่ายรวม 6,000 ลิตร โดยจำกัดปริมาณการเติมต่อคัน ได้แก่ รถพ่วงไม่เกิน 2,800 บาท รถบรรทุกหกล้อไม่เกิน 1,500 บาท และรถยนต์ทั่วไปหรือภาคเกษตร (รวมถึงการใส่ถังเพื่อการเกษตร) ไม่เกิน 800 บาท เพื่อกระจายการเข้าถึงให้ทั่วถึง

เกษตรกรรายหนึ่ง เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น ก็ยังจำเป็นต้องยอมรับภาระ เพราะไม่สามารถปล่อยให้พืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าว และอ้อย ขาดน้ำจนเสียหายได้ โดยน้ำมันที่เติมได้วันละเพียงสิบกว่าลิตร ช่วยประคองสถานการณ์ให้ผ่านไปได้วันต่อวัน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าวเฉลี่ยเพียงเกวียนละประมาณ 5,000 บาท ยิ่งซ้ำเติมให้เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน อีกทั้งยังประสบปัญหาที่ดินขายไม่ได้ในช่วงวิกฤติ ส่งผลให้บางรายเกิดความเครียดสะสมจนกระทบต่อสภาพจิตใจ

ทั้งนี้ เกษตรกรจำนวนมากต้องตื่นตั้งแต่เวลา 03.00-04.00 น. ต้องหอบลูกหลานอดหลับอดนอนมาเข้าคิวรอซื้อน้ำมัน พร้อมพูดประชดสะท้อนเสียงไปยังนายกรัฐมนตรีอนุทินว่า ปัจจุบันเกษตรกร “ร่ำรวยไม่ไหวแล้ว” ไม่ใช่รวยเงิน แต่ “รวยหนี้” จากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกด้านนั่นเอง