จากเหตุการณ์การลักหลับ รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ถึง 6 บาทต่อลิตรในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (26 มีนาคม 2569) สร้างความตื่นตระหนกและผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง จนทำให้หลายคนเกิดคำถามสำคัญว่า น้ำมันที่อยู่ในถังใต้ดินของปั๊มเป็นสต๊อกเก่าที่ซื้อมาในราคาเดิม ทำไมถึงปรับขึ้นราคาได้ทันที? และใครมีหน้าที่ตรวจสอบไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบ?
ทำไม “สต๊อกเก่า” ถึงขาย “ราคาใหม่” ได้?
นี่คือคำถามที่คาใจคนไทยทุกครั้งที่น้ำมันขึ้นราคา ในทางเศรษฐศาสตร์และกลไกการค้าเสรี เราเรียกหลักการนี้ว่า “ราคาต้นทุนทดแทน”
ตรรกะของการค้า เมื่อปั๊มน้ำมันขายน้ำมันสต๊อกเก่าออกไป ผู้ประกอบการจะต้องนำเงินที่ได้ไป “ซื้อน้ำมันงวดใหม่” มาเติมในถัง ซึ่งน้ำมันงวดใหม่นั้นมีราคาต้นทุนที่สูงขึ้นตามประกาศของรัฐ หากผู้ประกอบการขายสต๊อกเก่าในราคาเดิม เขาจะไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อน้ำมันใหม่กลับมาในปริมาณเท่าเดิมได้ ขาดทุนกระแสเงินสด ในทางกลับกัน เมื่อราคาน้ำมัน “ขาลง” รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะบังคับให้ปั๊มปรับลดราคาลงทันทีเช่นกัน แม้ว่าในถังจะยังมีน้ำมันที่ซื้อมาในราคาแพง (สต๊อกเก่าราคาแพง) ก็ตาม เพื่อให้เป็นธรรมกับผู้บริโภค
แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คือ หากอยู่สถานการณ์ปกติ ราคาน้ำมันขึ้นลงครั้งละลิตร 30-50 สตางค์ รัฐบาลก็สามารถใช้กลไกนี้ได้อยู่ ไม่มีปัญหา แต่ในเมื่ออยู่ภาวะวิกฤติแบบนี้ มีการปรับขึ้นราคาแรงถึง 9 บาท หรือ 30% ในช่วงเวลาไม่ถึง 10 วัน จนประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดินแบบนี้ รัฐบาลควรจะมีกลไกพิเศษขึ้นมาใช้บริหารจัดการมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อดูแลผู้บริโภคหรือไม่
ผู้กำหนดราคาขายปลีกน้ำมัน เคาะว่าจะขึ้นหรือลงกี่บาท
- กบน. (คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง) : เป็นตัวจริงที่จะตัดสินใจว่าจะปรับราคาน้ำมันขึ้นหรือลง โดยใช้เงินจาก กองทุนน้ำมันฯ มาเป็นตัวพยุง เช่น กรณีขึ้น 6 บาทรวดเดียวเมื่อคืน 26 มี.ค. 2569 ก็เป็นมติจาก กบน. เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนฯ ที่ติดลบหนักจากวิกฤตตลาดโลก
- สนพ. (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน) : ทำหน้าที่คำนวณ “โครงสร้างราคา” ทั้งหมด ตั้งแต่ค่าเนื้อน้ำมัน, ภาษี, จนถึงค่าการตลาด เพื่อเสนอให้ฝ่ายนโยบายพิจารณา
ผู้ตรวจสต๊อกและคุมปริมาณ
- กรมธุรกิจพลังงาน (กระทรวงพลังงาน) : หน่วยงานนี้มีหน้าที่ตรวจ “ปริมาณน้ำมัน” โดยตรง
- คอยกำกับดูแลให้ปั๊มน้ำมัน คลังน้ำมัน และโรงกลั่นรายงานยอดน้ำมัน “เข้า-ออก” ในสต๊อกทุกวัน โดยเฉพาะช่วงวิกฤติต้องรายงานก่อน 18.00 น.
- เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแจ้งสต๊อกเท็จ หรือแอบนำน้ำมันราคาถูกไปขายในช่องทางอื่น
ผู้คุมปลายทาง ตามที่มีการร้องเรียน
- กรมการค้าภายใน (กระทรวงพาณิชย์) แม้น้ำมันถือเป็น “สินค้าควบคุม” ตามกฎหมายพาณิชย์
- แต่กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ ดูแล รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เช่น ผ่านสายด่วน 1569 ซึ่งไม่ให้ปั๊มฉวยโอกาส “กักตุน” เช่น ปิดปั๊มดื้อๆ ทั้งที่ยังมีน้ำมันในถังเพื่อรอขายราคาใหม่ หรือขายราคาสูงเกินจริงสูงกว่าราคาขายปลีกที่กระทรวงพลังงานกำหนดเท่านั้น
- หากพบปั๊มไหนกักตุน หรือไม่ยอมขายน้ำมัน กรมการค้าภายในมีอำนาจจับกุมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีโทษหนักถึงขั้นจำคุก
- นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเป็นคนคุมให้ปั๊มขายราคาตรงตาม “ป้ายราคาน้ำมัน” และดูแล “มิเตอร์หัวจ่าย” ให้เที่ยงตรง ซึ่งเท่ากับว่ากระทรวงพาณิชย์จะเน้นดูแลปลายทางเป็นหลักเท่านั้น



