เมื่อวันที่ 26 มี.ค. เวลา 14.18 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า แนวทางที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการเพื่อให้การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ทั้งในเรื่องค่าโดยสาร และเรื่องค่าขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้น เราจึงมีมาตรการการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า เน้นไปที่กลุ่มผู้ให้บริการด้านการขนส่ง ซึ่งมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ รถบรรทุกสินค้า และรถโดยสารสาธารณะ โดยที่ประชุม ครม. ในวันนี้ (26 มี.ค.) ให้กรอบดำเนินการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือชดเชยแบบพุ่งเป้าแก่ 2 กลุ่มนี้ ซึ่งเน้นเรื่องการใช้จริง โดยกรณีของผู้ประกอบการรถบรรทุก กรมการขนส่งทางบกจะมีระบบจีพีเอส ติดตามการใช้งานจริงของรถบรรทุกอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เราจะช่วยเหลือหรือชดเชยโดยกระทรวงการคลังที่จะทำผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อจ่ายสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการโดยตรงตามการใช้จริง และผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะจะใช้การดำเนินการลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้จะมีเพิ่มเติม คือ กรณีรถโดยสารขนาดเล็ก และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่ง 2 ส่วนนี้ ต้องให้ไปขึ้นทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก เพื่อเข้าสู่ระบบติดตาม (Tracking) ว่ามีการใช้งานจริง และเราจะมีการสนับสนุนชดเชยให้ตามระบบการใช้จริง ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจะจัดทำรายละเอียดและแจ้งต่อผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารอีกครั้ง

นายชยธรรม์ กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายกรัฐมนตรีอยากให้ประชาชนใช้บริการรถขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ส่วนประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เตรียมพร้อมเรื่องรถโดยสารให้มีปริมาณเพียงพอกับการให้บริการแก่ประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ในการกำหนดจุดเติมน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ที่สถานีบริการทุกจังหวัด เพื่อแยกเป็นคนละส่วนกับของประชาชนที่จะเข้ามาเติมน้ำมันในสถานบริการ.



