ศึกเทควันโด รายการ “จี เอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ประเภทต่อสู้” ที่อาคารนนทบุรียิมเนเซียม สนามกีฬา อบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ไฮไลต์อยู่ที่รุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป ชาย น้ำหนัก 58-63 กก. รอบชิงชนะเลิศ “สตางค์” นิธิกร ลำเภา จอมเตะทีมชาติไทย จากเดอะ แชมเปี้ยน เทควันโด เอ แชมป์กีฬามหาวิทยาลัย 2569 และแชมป์ประเทศไทยมา 2 สมัย พบกับ “ต้นไม้” นิติพัฒน์ อามาตมนตรี อดีตเยาวชนทีมชาติไทย จากทีมอาร์เอสอาร์ เทควันโด ทีมบี ปรากฏว่า นิธิกร เอาชนะไป 2-1 ยก คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
ขณะที่ รุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป หญิง น้ำหนัก 62-67 กก. รอบชิงชนะเลิศ ชิดชนก หมายเหนี่ยวกลาง อดีตทีมชาติไทย จากทีมทวีศิลป์ เอาชนะ ณัฐพร สิทธิสาร เยาวชนทีมชาติไทย จากทีมเดอะวิชั่น นาชา เอ 2-1 ยก หยิบแชมป์มาครอง

ส่วนอีกคู่ รุ่นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป ชาย น้ำหนัก 49-53 กก. รอบชิงชนะเลิศ ปานบัว โมรมัต จอมเตะทีมชาติไทย จากทีมเคซีเอส อะคาเดมี่ ออฟ เทควันโด เอ ลงปะทะ พริศา ลิขิตรวี จากทีมทวีศิลป์ คู่นี้ฝั่งจอมเตะทีมชาติไทย เหนือกว่าค่อนข้างชัด สุดท้ายเป็น ปานบัว เตะคว้าเหรียญทองไปครองด้วยผลงาน ชนะ 2-0 ยก เป็นจอมเตะอีกคนของทีมชาติไทย ที่คว้าเหรียญทอง ได้ตามความคาดหมาย
หลังคว้าแชมป์ “สตางค์” นิธิกร ลำเภา เทควันโดหนุ่มทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกเวิลด์กรังปรีซ์ ปลายปีที่แล้ว เผยว่า รูปเกมตนเองดูลำบากเพราะคิดเยอะมากไป มัวแต่คิดอยู่ตลอดว่าด้วยที่เป็นคู่แข่งที่ฝีมือไม่ธรรมดา ไม่ได้อยู่ในแคมป์ทีมชาติเหมือนกันแล้วเราควรจะต้องใช้วิธีไหนดี บวกกับเรามาแข่งในนามทีมชาติด้วย มันค่อนข้างกดดัน สังเกตุได้ว่าตนเองโดนนำก่อนตลอด แต่พอตั้งสติได้แล้วก็พยายามเปลี่ยนระบบความคิดแล้วสู้เน้นไปทีละแต้ม ไม่ไปคิดอะไรมาก ผลจึงกลับมาดี ก็ดีใจที่คว้าเหรียญทองประเทศไทยได้อีกครั้ง เหมือนปลดล็อกเพราะก่อนแข่งค่อนข้างเครียด ส่วนหลังจากนี้ก็จะเตรียมไปแข่งคัดเพื่อร่วมรายการชิงแชมป์เอเชีย 2026 ช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้

ส่วน “หมูหวาน” ชิดชนก หมายเหนี่ยวกลาง กล่าวว่า หลังจากเลิกเล่นให้กับทีมชาติไทย ไปได้ 1 ปี ก็หันไปเรียนหนังสือเต็มตัว ทำให้ห่างหายจากการซ้อมเทควันโดไปนานมาก แต่พอทราบว่าจะมีรายการชิงแชมป์ประเทศไทย จึงมีความรู้สึกอยากจะร่วมแข่งอีกครั้ง และได้กลับมาซ้อมก่อนรายการจะเริ่มแค่ 3 วัน แถมไม่ได้คุมน้ำหนักทำให้กลับไปแข่งรุ่น 53 กก.ที่ถนัดไม่ได้ ต้องลงแข่งรุ่น 67 กก. พอมาเริ่มแข่งก็หนักเอาการ อย่างคู่แข่งที่เพิ่งชนะรอบชิงตนก็เพิ่งแพ้ไปในรายการ “เช ยอง ซ็อก คัพ” ตั้งแต่รอบแรก มาคราวนี้ก็รู้ตัวว่าแรงสู้เขาไม่ได้ จะหมดแรงก่อน ดังนั้นจึงพยายามเตะประคองแรงตัวเอง ยื้อเวลาให้ได้มากที่สุด สุดท้ายแผนก็สำเร็จ รู้สึกปลดล็อกมาก ๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้เหรียญทอง แค่อยากจะสู้ให้ได้ถึงที่สุด ส่วนหลังจากนี้ก็คงจะไปทางเรียนหนังสืออย่างจริงจัง แต่หากมีโอกาสและจังหวะดี ๆ มีรายการอย่างชิงแชมป์ประเทศไทยหรือกีฬาแห่งชาติก็คงจะได้มาแข่งอีก



