ที่ดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์   ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน ประจําปี พ.ศ.2569  ประธานศาลรัฐธรรมนูญตอบคำถามที่สื่อมวลชนถาม ที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ระบบนิติรัฐทำร้ายฝ่ายตรงข้ามหรือไม่  และศาลต้องกู้คืนภาพลักษณ์ความเป็นกลางหรือไม่ 

นายนครินทร์กล่าวว่า  เมื่อมีข้อพิพาท ยื่นมาที่ศาลมันก็จะออกได้ทางใดทางหนึ่ง  คำตัดสินของศาลเป็นที่ยอมรับหรือไม่ สุดท้ายก็ต้องเลือกข้าง ข้างใดข้างหนึ่ง  ระหว่างข้างผิดข้างถูก และการตัดสินใจก็ไม่เป็นที่ถูกใจใครทั้งหมด  วิวัฒนาการภาพลักษณ์ของศาลเกิดขึ้นเมื่อสังคม การเมือง มีวุฒิภาวะเพียงพอ วุฒิภาวะสังคมคือ  การยอมรับกติกาการเข้าสู่อำนาจ  การลงจากอำนาจได้   

การแก้ไขปัญหาทางการเมืองบางเรื่อง ควรมีกติกาเป็นที่ยอมรับในสังคม   เชื่อว่าคำตัดสินของศาลจะมีคำอธิบาย ให้สังคมไทยเข้าใจได้มากพอ   ว่าคำว่าการเลือกตั้งเป็นความลับทางรัฐธรรมนูญแปลว่าอะไร

“ศาลรัฐธรรมนูญในประเทศต่างๆ ก็มีปัญหาใกล้เคียงกับเรา  เช่นกรณีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา  เก็บภาษีสินค้าต่างประเทศ  ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา  ชี้ว่าเรื่องภาษีเป็นอำนาจของรัฐสภา ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจ คิดว่าศาลจะช่วยคนส่วนน้อยหรือคนส่วนมาก  นอกจากนี้ในประเทศเกาหลีใต้หนักกว่านี้  ประธานาธิบดีออกกฎอัยการศึก สุดท้ายถูกรัฐสภาโหวตให้ประธานาธิบดีพ้นจากตำแหน่ง  แต่การพ้นจากตำแหน่งต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบอีกครั้ง  ว่าการดำเนินการของรัฐสภาชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายก็ผิด 

 ดังนั้นเสียงข้างมากเสียงข้างน้อยอยู่ข้างไหนกันแน่  นี่คือปัญหาแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าเราใช้อารมณ์คิดก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง  แต่ถ้าเราใช้เหตุผลคิด ก็จะเห็นว่าปัญหามันซับซ้อนมาก  พอเรื่องขึ้นศาลมันก็จะต้องออกมาข้างใดข้างหนึ่ง”นายนครินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่า  ในรัฐบาลที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีบางคนเหมือนขาดคุณสมบัติด้านจริยธรรม แต่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้ใช้มาตรฐานใดวัด  ประธานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ปัญหาเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องใหม่รัฐธรรมนูญ  เรื่องจริยธรรม เราไม่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2550   เรื่องคนที่มีปัญหาเป็นรัฐมนตรีก็ยังเป็นความเห็นส่วนตัว  ยังไม่มีคนยื่นเรื่องมาที่ศาล ศาลไม่สามารถริเริ่มคดีเองได้  จะไปบอกให้เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญไปทำคดีมา มายื่นก็ไม่ได้ ถ้าสื่อมวลชนหรือประชาชนมีความข้องใจก็ยื่นเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่การยื่นเรื่องนั้นกรณีที่มีความสงสัยว่ารัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ มันก็ต้องมีช่องทางของมัน ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะยื่นได้ ต้องยื่นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

” บ้านเมืองบริหารด้วยกติกา ของฝ่ายบริหารและฝ่ายสภาอยู่แล้ว ศาลเป็นองค์กรตุลาการที่ตัดสินใจหลังจากที่มีข้อพิพาทในสังคมแล้ว และต้องเป็นข้อพิพาทไม่ใช่ข้อสงสัย  ที่ฝ่ายบริหารระมัดระวังก็ดี ซึ่งเขาก็ควรจะระมัดระวัง เพราะมันเป็นเรื่องที่อาจเป็นกรณีร้องต่อศาลได้”