สมุนไพร เป็นต้นทุนสุขภาพที่สำคัญของไทย หากนำองค์ความรู้มาบูรณาการกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จะเป็นทั้งเครื่องมือดูแลสุขภาพ และช่วยด้านเศรษฐกิจหารายได้ให้ประเทศ
ภญ.ศิริพร ฉวานนท์ ผอ.กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร องค์การอาหารและยา ( อย.) กล่าวว่า อย. ได้ออกมาตรการผ่อนปรนเพื่อช่วยผู้ประกอบการ และขอให้ประชาชนศึกษา โดยมี 3 หลักเลือกซื้อสมุนไพรอย่างปลอดภัย ได้แก่ ตรวจสอบเลขทะเบียน อย. อ่านฉลากให้ครบถ้วน และไม่เชื่อโฆษณาเกินจริง และเตือนว่าการมีเลขทะเบียน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป ผู้บริโภคต้องตรวจสอบว่าเลขนั้นตรงกับผลิตภัณฑ์จริง และสามารถสืบค้นได้ผ่านระบบของ อย.
ส่วนการใช้สมุนไพรให้ได้ผลและปลอดภัย ต้องยึดหลัก “5 ถูก” คือ ถูกโรค ถูกคน ถูกขนาด ถูกเวลา และถูกวิธี โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว เด็ก และผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ ขณะเดียวกันต้องเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ผื่นแพ้ คลื่นไส้อาเจียน หรือสัญญาณผิดปกติของตับ เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง ซึ่งหากเกิดขึ้นต้องหยุดใช้ทันทีและพบแพทย์ รวมถึงสามารถรายงานต่อ อย. เพื่อร่วมเฝ้าระวังความปลอดภัยของระบบ

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สมุนไพร 1 ชนิด สามารถใช้ได้หลายโรคและอาการ เช่น การรับประทานดอกไม้หอมช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน หรือการใช้สมุนไพรหูเสือซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้ดี รักษาอาการหอบหืด ไอ แก้หู แก้หนอง สมุนไพรน้ำนมราชสีห์ ช่วยเพิ่มน้ำนมในหลังคลอด และมีข้อมูลว่าเวียดนามใช้ทั้งต้นต้มกินแก้หอบหืดได้ ดูแลทางเดินหายใจ หวัดไอ เสมหะ
ใช้ขมิ้นชันรักษาผดผื่นคันผิวหนัง เป็นต้น ควรมีเกลือติดบ้านไว้ด้วย เพราะเกลือหรือ โซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมสมดุลน้ำ ความดันโลหิต และการทำงานของระบบประสาท-กล้ามเนื้อ คนเราจะขาดเกลือได้แค่ 3 วันเท่านั้น และยังสามารถใช้ถ่านจากกะลามะพร้าวในการช่วยกรองและดูดซับสาร สิ่งสกปรกจากน้ำได้ในยามขาดแคลน
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับ อย. เตรียมทำข้อมูล เผยแพร่การใช้สมุนไพรทางช่อง YOUTUBE เพื่อให้ความรู้กับประชาชนได้เข้าถึงและใช้ได้อย่างถูกต้อง คาดว่าจะเริ่มตอนแรกกลางเดือนเมษายน ทางช่องทางสื่อสารของอภัยภูเบศรและอย.ติดตามรับชมกันได้



